Page 51 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

41
ลาวและต
างประเทศ และพบว
าการแต
งกายเป
นวั
ฒนธรรมที่
มี
การผสมผสานมากที่
สุ
ด ทุ
กกลุ
วั
ฒนธรรมเปลี่
ยนแปลงการแต
งกายแบบท
องถิ่
นเดิ
มมาเป
นการแต
งกายในรู
ปแบบเดี
ยวกั
น ป
จจั
ที่
ทํ
าให
เกิ
ดการผสมผสานวั
ฒนธรรมซึ่
งประกอบด
วยป
จจั
ยภายนอกคื
อ ป
จจั
ยด
านเทคโนโลยี
และ
ป
จจั
ยด
านเศรษฐกิ
จ ส
วนป
จจั
ยภายในคื
อ ป
จจั
ยด
านสภาพแวดล
อมธรรมชาติ
สํ
าหรั
บผลงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
องในแง
มุ
มวั
ฒนธรรมต
างชาติ
ต
อสั
งคมและวั
ฒนธรรม
ได
รวบรวมงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
องเพื่
อเป
นแนวทางในการศึ
กษามี
อยู
ประมาณ 5 เรื่
องคื
เรื่
องแรกเป
งานวิ
จั
ยของวิ
ภารั
ตน
พั
นธ
ฤทธิ์
ดํ
า (2544) ที่
ได
ศึ
กษา
อิ
ทธิ
พลของวั
ฒนธรรมต
างประเทศที่
มี
ต
อั
ตลั
กษณ
ของวั
ยรุ
นไทย : ศึ
กษาเฉพาะกรณี
ดนตรี
ญี่
ปุ
ผลของการศึ
กษาเรื่
องนี้
พบว
าสื่
อ และ
เพื่
อนของวั
ยรุ
นมี
อิ
ทธิ
พลทํ
าให
วั
ยรุ
นได
รู
จั
กดนตรี
ญี่
ปุ
น เกิ
ดการเลี
ยนแบบนั
กร
องดนตรี
ญี่
ปุ
นที่
พวก
เขาฟ
ง แม
ดนตรี
ญี่
ปุ
นจะเป
นเพี
ยงวั
ฒนธรรมย
อยหนึ่
งในสั
งคมแต
วั
ฒนธรรมของวั
ยรุ
น ในสมั
ป
จจุ
บั
นมั
กแสวงหาความแปลกใหม
ที่
แตกต
างจากวั
ฒนธรรมกระแสหลั
ก วั
ยรุ
นจึ
งฟ
งดนตรี
ญี่
ปุ
นที่
เป
นวั
ฒนธรรมย
อยหนึ่
งของสั
งคมในฐานะวั
ฒนธรรมกระแสหลั
กของกลุ
ม พวกเขาได
แสดงออก
ถึ
งความเป
นตั
วตน โดยการมาชุ
มนุ
มและทํ
ากิ
จกรรมร
วมกั
นในทุ
ก ๆ วั
นหยุ
ด และทุ
กป
วั
ยรุ
จะร
วมกั
นจั
ดงานคอนเสิ
ร
ตรวมคนนิ
ยมดนตรี
ญี่
ปุ
นแสดงออก ซึ่
งอั
ตลั
กษณ
ร
วมของกลุ
มผ
านเรื
อน
ร
างด
วยการแต
งกายเลี
ยนแบบนั
กร
องดนตรี
ญี่
ปุ
นไปร
วมงาน พฤติ
กรรมต
าง ๆ ที่
แสดงออกเหล
านี้
บ
งบอก "ความเป
นตั
วตน" ของวั
ยรุ
น และความเป
นตั
วตนของวั
ยรุ
นก็
เลื่
อนไหลไปได
ตามบริ
บทที่
เปลี่
ยนไป ส
วนเรื่
องที่
สองเป
นการศึ
กษาของรุ
งแสง อรุ
ณไพโรจน
(2547) ที่
ได
ศึ
กษา
อิ
ทธิ
พลของ
วั
ฒนธรรมต
างชาติ
ที่
มี
ต
อพฤติ
กรรมสั
งคมของเยาวชนไทยในกรุ
งเทพมหานคร
ผลของการศึ
กษา
สรุ
ปได
ว
า เยาวชนที่
มี
โอกาสหาประสบการณ
ตรงในต
างประเทศควรได
รั
บการปลู
กฝ
งวั
ฒนธรรม
ไทย และต
องฝ
กให
พิ
จารณาว
าควรรั
บสิ่
งที่
เห็
นว
าปฏิ
บั
ติ
กั
นในประเทศที่
มี
วั
ฒนธรรม
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ต
างไปจากของไทยอย
างไร เพี
ยงใด สํ
าหรั
บการมี
ส
วนร
วมและความเชื่
ในสิ่
งที่
เกิ
ดขึ้
นว
ามาจากตนเป
นอี
กป
จจั
ยที่
สั
งคมไทยควรนํ
ามาปฏิ
บั
ติ
โดยการจั
ดประสบการณ
เยาวชนควรได
รั
บการส
งเสริ
มให
มี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจและควรได
รั
บประสบการณ
ที่
จะช
วย
พั
ฒนาความเชื่
อว
าสิ่
งที่
เกิ
ดขึ้
นมาจากตนเพื่
อให
สามารถคิ
ด และแสดงพฤติ
กรรมสั
งคมที่
เหมาะสม
ต
อไป ส
วนเรื่
องที่
สามเป
นการศึ
กษาของป
ทมาภรณ
ธรรมทั
ต (2542) ที่
ได
ศึ
กษา
กระบวนการให
สารนิ
เทศเพื่
อการปรั
บตั
วทางวั
ฒนธรรมของบุ
คลากรต
างชาติ
ในประเทศไทย
ซึ
งศึ
กษาเกี่
ยวกั
บการ
ปรั
บตั
วทางวั
ฒนธรรมของบุ
คลากรต
างชาติ
จากองค
กรสถานศึ
กษา องค
กรระหว
างประเทศ และองค
กร
ภาคธุ
รกิ
จเอกชน ซึ่
งบุ
คลากรเหล
านี้
ส
วนใหญ
ก
อนเดิ
นทางมาประเทศไทยมี
การรั
บรู
สารนิ
เทศ
ด
านศาสนามากที่
สุ
ด เมื่
อเดิ
นทางเข
ามาปฏิ
บั
ติ
หน
าที่
ในประเทศไทยแล
วต
องการสารนิ
เทศด
าน