30
รู
ปแบบการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
เกิ
ดขึ้
นนั้
นมี
สาเหตุ
ที่
สํ
าคั
ญมาจากการเปลี่
ยนแปลงที่
เป
นไป
ตามธรรมชาติ
ประการหนึ่
ง กั
บการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ้
นจากมนุ
ษย
เป
นผู
กระทํ
าอี
กประการหนึ่
ง
แต
ในกระบวนการของการเปลี่
ยนแปลงสามารถทํ
าให
เกิ
ดรู
ปแบบของการเปลี่
ยนแปลง 2 แบบ คื
อ
รู
ปแบบแรกการเปลี่
ยนแปลงแบบเส
นตรง
เป
นการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
กล
าวว
า ทุ
กสั
งคมจะมี
วิ
วั
ฒนาการแบบเดี
ยวกั
นตลอด โดยเปลี่
ยนแปลงจากสั
งคมที่
มี
ความเจริ
ญของอารยธรรมขั้
นต่ํ
า
ไปสู
สั
งคมที่
มี
ความเจริ
ญของอารยธรรมระดั
บสู
งขั้
นต
อไป นั
กวิ
ชาการที่
เสนอรู
ปแบบของการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมแบบเส
นตรงได
แก
ออกุ
สต
กองต
เลวิ
ส เฮนรี่
มอร
แกน และคาร
ล มาร
กซ
เป
นต
น
รู
ปแบบที่
สองการเปลี่
ยนแปลงแบบวั
ฏจั
กร
เป
นการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
ไม
มี
ความ
สม่ํ
าเสมอ สั
งคมจะมี
จุ
ดเริ่
มต
น จากนั้
นจะค
อยๆ เจริ
ญก
าวหน
าขึ้
นเรื่
อย ๆ จนถึ
งที่
สุ
ดก็
จะเสื่
อม
สลายไป คล
ายกั
บความเจริ
ญของมนุ
ษย
ที่
เริ่
มจากเด็
กทารก เติ
บโตเป
นวั
ยรุ
น วั
ยผู
ใหญ
วั
ยชรา
และในที่
สุ
ดก็
ตายจากไป หรื
อหากเปรี
ยบเที
ยบการเปลี่
ยนแปลงเป
นเวลาในวั
นหนึ่
ง ๆ คื
อ เริ่
มจาก
เช
ามื
ด สว
าง และมื
ด แล
วค
อย ๆ กลั
บมาเช
าใหม
ซึ่
งการเปลี่
ยนแปลงแบบนี้
เมื่
อสั
งคมมี
ความ
เจริ
ญถึ
งจุ
ดสู
งสุ
ดแล
ว ก็
จะค
อย ๆ เสื่
อมสลายลง โดยไม
ได
สู
ญหายไป แต
จะมี
การปรั
บปรุ
งและ
เจริ
ญขึ้
นมาใหม
เช
น สั
งคมของกรี
ก อี
ยิ
ปต
จี
น อิ
นเดี
ย เป
นต
น
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมมี
นั
กวิ
ชาการหลายท
านได
กล
าวถึ
งและเสนอ
แนวคิ
ดต
างๆ ตามกระแสการเปลี
่
ยนแปลง ตามแนวคิ
ดของผ
องพั
นธ
มณี
รั
ตน
(2540) ได
เสนอ
แนวคิ
ดไว
3 กระแสหลั
กกล
าวคื
อ
กระแสแรก
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บเรื่
องสมดุ
ลของโครงสร
างและหน
าที่
ของสั
งคม แนวคิ
ดนี้
ถื
อว
า หน
าที่
ของสถาบั
นต
างๆ ในสั
งคมและวั
ฒนธรรมเกี่
ยวข
องกั
น ถ
าเกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงไปในส
วนใดส
วนหนึ่
งแล
ว ก็
ย
อมทํ
าให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในส
วนต
างๆ ต
อไป
นอกจากนี้
แล
วส
วนประกอบต
างๆ ภายในสั
งคมอาจเกิ
ดการขั
ดแย
งกั
นเองได
เมื่
อเกิ
ดความขั
ดแย
ง
กั
นแล
วก็
จะส
งผลให
เกิ
ดความตึ
งเครี
ยด ซึ่
งความตึ
งเครี
ยดดั
งกล
าวทํ
าให
เกิ
ดแนวคิ
ดที่
แตกต
างกั
น
หลายแบบที่
นํ
าไปสู
การเปลี่
ยนแปลงจากเดิ
มเล็
กน
อยจนถึ
งมากขึ้
น แม
ว
าการเปลี่
ยนแปลงทาง
สั
งคม และวั
ฒนธรรมจะเกิ
ดขึ้
นเรื่
อยๆ ก็
ตาม แต
การเปลี่
ยนแปลงนั้
นก็
มี
กระบวนการบางอย
าง
เกิ
ดขึ้
น เพื่
อรั
กษาวั
ฒนธรรมเดิ
มเช
นเดี
ยวกั
น การเกิ
ดกระบวนการเหล
านี้
ทํ
าให
การเปลี่
ยนแปลง
เป
นไปอย
างล
าช
า
กระแสที่
สอง
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บเรื่
องตั
วกํ
าหนดทางเศรษฐกิ
จ แนวคิ
ดนี้
เป
นการใช
แนวคิ
ดของคาร
ล มาร
กซ
(Karl Marx) โดยอธิ
บายว
า รู
ปแบบของการผลิ
ต หรื
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
เกี่
ยวข
อง
กั
บการผลิ
ตเป
นตั
วกํ
าหนดวิ
ถี
ชี
วิ
ตมนุ
ษย
เพราะโครงสร
างทางเศรษฐกิ
จเป
นพื้
นฐานของโครงสร
าง
ด
านสั
งคม การเมื
อง สติ
ป
ญญา และความนึ
กคิ
ด โดยทั่
วไปไม
ใช
สามั
ญสํ
านึ
กของมนุ
ษย
ที่
เป
น