Page 30 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

20
โดยตั
วกลางคื
อ ประเทศที่
สามอี
กต
อหนึ่
ง เช
น พม
า ขอม อิ
นโดนี
เซี
ย ฯลฯ เป
นต
ช
วงที่
สอง
วั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
ามาสู
ประเทศไทยตั้
งแต
หลั
งพุ
ทธศตวรรษที่
24- พ.ศ. 2500
วั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
ามาสู
ประเทศไทยตั้
งแต
พุ
ทธศตวรรษที่
24 ถึ
งป
จจุ
บั
นนั้
น กล
าวได
ว
เป
นวั
ฒนธรรมที่
มี
ผลในการกํ
าหนดลั
กษณะพื้
นฐานของวั
ฒนธรรมในป
จจุ
บั
นและอนาคตมากไม
ยิ่
งหย
อนไปกว
าวั
ฒนธรรมทางตะวั
นออกที่
เข
ามาในยุ
คปลายของกรุ
งสุ
โขทั
ยกั
บยุ
คต
นของกรุ
ศรี
อยุ
ธยา เพราะวั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
ามาแทนที่
วั
ฒนธรรมไทยบางประเภทไปโดยสิ้
นเชิ
งซึ่
เป
นภาวะที่
น
าวิ
ตก และเป
นที่
น
าสั
งเกตว
าวั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
ามาในช
วงเวลาดั
งกล
าว เป
วั
ฒนธรรมของกลุ
มประเทศในซี
กโลกตะวั
นตกเสี
ยเป
นส
วนใหญ
จนสามารถกล
าวได
ว
าเป
นยุ
คของ
อารยธรรมตะวั
นตก ทั้
งนี้
เพราะป
จจั
ยสํ
าคั
ญประการหนึ่
งที่
ผลั
กดั
นให
มหาอํ
านาจตะวั
นตกได
ออก
แสวงหาอาณานิ
คมในต
างแดนคื
อ ความสํ
าเร็
จในการปฏิ
วั
ติ
อุ
ตสาหกรรมคริ
สต
ศตวรรษที่
19
ซึ
งได
ยั
งผลให
ประเทศด
อยพั
ฒนาทั้
งหลายตกอยู
ในสถานภาพเดี
ยวกั
นคื
อ ประการแรกเป
นแหล
วั
ตถุ
ดิ
บเพื่
อนํ
าไปป
อนโรงงานอุ
ตสาหกรรมในเมื
องแม
และประการต
อมาเป
นแหล
งระบายขาย
สิ
นค
าสํ
าเร็
จรู
ปของเมื
องแม
ท
ามกลางความเป
นไปเพื่
อประโยชน
ทางการค
าของเมื
องแม
ดั
งกล
าว
ได
ก
อให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในส
วนต
าง ๆ ของวั
ฒนธรรมควบคู
กั
นไปด
วยเพื่
อให
วั
ตถุ
ประสงค
หลั
กคื
อ การค
าขายได
รั
บการตอบสนอง วั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
ามาในยุ
คนั้
น บางส
วนก็
ได
เป
นตั
วกํ
าหนดลั
กษณะพื้
นฐานของวั
ฒนธรรมให
ปฏิ
บั
ติ
สื
บต
อกั
นมาจนถึ
งป
จจุ
บั
น เช
น กรรมวิ
ธี
ใน
การผลิ
ตพลั
งทางการผลิ
ต การใช
เงิ
นตราเป
นตั
วกลางในการแลกเปลี่
ยน โครงสร
างและการกํ
าหนด
ชนชั้
นทางสั
งคม ค
านิ
ยมบางประการ ฯลฯ การเข
ามาของอารยธรรมตะวั
นตกที่
มี
ส
วนในการ
กํ
าหนดลั
กษณะพื้
นฐานของวั
ฒนธรรมไทยในเวลาต
อมาจนถึ
งป
จจุ
บั
นนั้
น ได
เริ่
มต
นเข
ามาตั้
งแต
รั
ชกาลที่
2 แห
งกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร
เป
นต
นมา เพราะในช
วงเวลาดั
งกล
าวเป
นระยะเวลาที่
บ
านเมื
อง
ว
างเว
นจากศึ
กสงคราม โดยเฉพาะอย
างยิ่
งการทํ
าสงครามพม
าได
สิ้
นสุ
ดลง อาณาจั
กรไทยได
ขยาย
ออกไปอย
างกว
างขวาง ประจวบกั
บเป
นช
วงเวลาที่
อารยธรรมตะวั
นตกเริ่
มหลั่
งไหลเข
าสู
ภู
มิ
ภาค
เอเชี
ยอาคเนย
ประเทศที่
มี
บทบาทสู
งในการแผ
อิ
ทธิ
พลในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยอาคเนย
ในขณะนั้
น ได
แก
อั
งกฤษกั
บฝรั่
งเศส การเข
ามามี
บทบาทของสองมหาอํ
านาจดั
งกล
าว ได
มี
ส
วนในการเปลี่
ยนแปลง
และการกํ
าหนดวั
ฒนธรรมขึ้
นบางส
วนในสั
งคมไทย
ช
วงที่
สามวั
ฒนธรรมต
างชาติ
ที่
เข
ามาสู
ประเทศไทยตั้
งแต
พ.ศ. 2501 – ป
จจุ
บั
หลั
งจากสงครามโลกครั้
งที่
2 สิ้
นสุ
ดลงได
ยั
งผลให
การเมื
องระหว
างประเทศถู
กแบ
งออกเป
น 2 ขั้
วคื
อ กลุ
มประชาธิ
ปไตยที่
มี
สหรั
ฐอเมริ
กาเป
นผู
นํ
ากั
กลุ
มสั
งคมนิ
ยมคอมมิ
วนิ
สต
ที่
มี
สหภาพโซเวี
ยตเป
นผู
นํ
า ทั้
งสองฝ
ายเกิ
ดความขั
ดแย
งเกี่
ยวกั
อุ
ดมการณ
ทางการเมื
องและได
ก
อให
เกิ
ดการสู
รบแบบใหม
ขึ้
นที่
เรี
ยกว
าสงครามเย็
น(Cold War)