19
หน
าที่
ในการจั
ดทํ
าแผนพั
ฒนาการเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห
งชาติ
ได
กล
าวถึ
งจุ
ดอ
อนสํ
าคั
ญที่
ต
องเร
ง
แก
ไข คื
อ ด
านจริ
ยธรรมของคนไทยที่
มี
แนวโน
มเสื่
อมถอยลง คนขาดความศรั
ทธาในหลั
กศาสนา
และไม
ได
นํ
าหลั
กธรรมมาใช
ในการดํ
ารงชี
วิ
ตเท
าที่
ควร ประกอบกั
บวั
ฒนธรรมต
างชาติ
ที่
เข
ามามี
ผล
ต
อพฤติ
กรรม และวิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนในสั
งคมเปลี่
ยนไปโดยเฉพาะคนในสั
งคมเมื
องและเยาวชน ส
งผล
ให
วั
ฒนธรรมดั้
งเดิ
มที่
เป
นเอกลั
กษณ
อั
นดี
งามของไทยเริ่
มสู
ญหายและไม
ได
รั
บการนํ
ามาใช
ประโยชน
ในการพั
ฒนาเท
าที่
ควร ซึ่
งป
ญหาด
านคุ
ณธรรมจริ
ยธรรมนี้
จะส
งผลโดยตรงต
อการพั
ฒนา
คน และสั
งคมไทยในอนาคตอย
างไม
สามารถหลี
กเลี่
ยงได
นอกจากนี้
ทั
กษะมนุ
ษย
สั
มพั
นธ
ที่
ดี
ยั
ง
ช
วยสนั
บสนุ
นความเจริ
ญเติ
บโตของภาคบริ
การด
วย เช
น การท
องเที่
ยว การโรงแรม ภั
ตตาคาร
ร
านอาหาร ฯลฯ
วั
ฒนธรรมต
างชาติ
กั
บการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมไทย
สั
งคมไทยป
จจุ
บั
นกํ
าลั
งอยู
ในกระแสของการเปลี่
ยนแปลงอย
างรวดเร็
วด
วยเหตุ
ผลของทั้
ง
ป
จจั
ยภายในและป
จจั
ยภายนอก จนทํ
าให
มองเห็
นว
าทิ
ศทางการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยมี
แนวโน
มที่
จะปรั
บเปลี่
ยนจากสั
งคมแบบพุ
ทธเกษตรไปสู
การเป
นสั
งคมสมั
ยใหม
ที่
มุ
งเน
นแสวงหา
ความทั
นสมั
ย (Modernization) ตามแนวทางของประเทศตะวั
นตกชั
ดเจนขึ้
นทุ
กที่
จะอย
างไรก็
ตาม
เมื่
อศึ
กษาแล
วพบว
า การเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยหาได
เกิ
ดขึ้
นอย
างฉั
บพลั
นทั
นที่
หากแต
วิ
วั
ฒนาการมาเนิ่
นนานจนสามารถกํ
าหนดช
วงเวลาของการเปลี่
ยนแปลงสั
งคมไทย (สถาบั
น
ราชภั
ฏนครศรี
ธรรมราช, 2545) แบ
งออกเป
น 3 ช
วงคื
อ
ช
วงแรกวั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ที่
เข
าสู
ประเทศไทยก
อนพุ
ทธศตวรรษที่
20
ในช
วงนี้
วั
ฒนธรรมต
างชาติ
ที่
ได
หลั่
งไหลเข
าสู
ประเทศไทยใน
ระยะเริ่
มแรกหรื
อในยุ
คก
อนพุ
ทธศตวรรษที่
20 นั้
นกล
าวได
ว
ามี
จํ
านวนไม
มากเท
ากั
บวั
ฒนธรรมของ
ต
างชาติ
ที่
หลั่
งไหลเข
าสู
ประเทศไทยในช
วงเวลาต
อมา (พุ
ทธศตวรรษที่
20 - 24 และ 24 - ป
จจุ
บั
น)
ทั้
งนี้
เพราะสภาพเศรษฐกิ
จสั
งคมการเมื
องและเทคโนโลยี
ในการคมนาคมและการสื่
อสารใน
ขณะนั้
นมี
ความเจริ
ญก
าวหน
าอยู
ในระดั
บต่ํ
า ดั
งนั้
นจึ
งเป
นช
วงเวลาของการขยายอิ
ทธิ
พลของ
ประเทศมหาอํ
านาจที่
อยู
ในภู
มิ
ภาคเดี
ยวกั
น ประเทศที่
จั
ดได
ว
าเป
นมหาอํ
านาจในขณะนั้
น ได
แก
จี
น และอิ
นเดี
ย อยู
ทางทิ
ศทางตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ จนกระทั่
งนั
กวิ
ชาการในยุ
คก
อนได
นิ
ยมเรี
ยก
ภู
มิ
ภาคในแถบนี้
ว
าอิ
นโดจี
น โดยยึ
ดหลั
กของความสั
มพั
นธ
ระหว
างกลุ
มประเทศในภู
มิ
ภาคนี้
กั
บ
อิ
นเดี
ยและจี
นเป
นหลั
ก ด
วยเหตุ
ผลของข
อจํ
ากั
ดของสภาพแวดล
อมทางภู
มิ
ศาสตร
ได
เกื้
อหนุ
นให
วั
ฒนธรรมของต
างชาติ
ได
หลั่
งไหลเข
าสู
ประเทศไทยในแวดวงอั
นจํ
ากั
ดด
วยคื
อวั
ฒนธรรมของจี
น
และอิ
นเดี
ยเท
านั้
น ซึ่
งอาจจะเป
นไปทั้
งทางตรงและทางอ
อมกล
าวคื
อวั
ฒนธรรมบางประเภท
อาจจะถู
กนํ
าเข
ามาโดยชาวจี
นหรื
ออิ
นเดี
ยโดยตรง ในขณะที่
วั
ฒนธรรมบางประเภทได
เผยแพร