229
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห
งชาติ
ฉบั
บที่
4 (พ.ศ. 2520) ที่
มุ
งเน
นการพั
ฒนาชนบทด
าน
เศรษฐกิ
จและสั
งคม ขยายฐานการผลิ
ตโดยปรั
บโครงสร
างภาคการเกษตรและภาคอุ
ตสาหกรรม
เพื่
อการส
งออกและกระจายอุ
ตสาหกรรมไปสู
ส
วนภู
มิ
ภาค เพื่
อให
เข
ากั
บการเปลี่
ยนแปลงของ
ตลาดโลก และยกระดั
บคุ
ณภาพชี
วิ
ตของผู
คนให
ดี
ยิ่
งขึ้
น (สํ
านั
กงานสภาที่
ปรึ
กษาเศรษฐกิ
จและ
สั
งคมแห
งชาติ
, 2553) การขยายตั
วทางเศรษฐกิ
จและโครงสร
างพื้
นฐานของทั้
งสองเกาะทํ
าให
การ
เดิ
นทางติ
ดต
อกั
บภายนอกมี
ความสะดวกมากขึ้
น และด
วยเหตุ
ที่
พื้
นที่
ทั้
งสองเกาะอยู
กลางทะเลอ
าว
ไทย ซึ่
งมี
ต
นทุ
นด
านทรั
พยากรทางธรรมชาติ
อุ
ดมสมบู
รณ
ที่
สามารถผลิ
ตเม็
ดเงิ
นให
กั
บประเทศได
อย
างมหาศาล ชาวต
างชาติ
ที่
ต
องการหลี
กเลี่
ยงความแออั
ดของฝ
งทะเลจั
งหวั
ดภู
เก็
ตจึ
งได
เปลี่
ยน
เส
นทางมาท
องเที่
ยวมายั
งเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นมากขึ้
น ชาวบ
านต
องปรั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตด
วยการหา
รายได
จากการเข
ามาของชาวต
างชาติ
ดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมการท
องเที่
ยวอย
างง
าย ๆ เช
น การสร
างเพิ
ง
พั
กด
วยต
นมะพร
าวให
เช
าตามชายหาด เป
นต
น ต
อมาช
วงหลั
งป
พ.ศ.2530 การท
องเที่
ยวขยายตั
ว
อย
างรวดเร็
ว ภาครั
ฐได
ปรั
บโครงสร
างสาธารณู
ปโภคและบริ
การสาธารณะต
าง ๆ ให
ทั
นสมั
ยยิ่
งขึ้
น
เพื่
อรองรั
บการลงทุ
นจากชาวต
างชาติ
ที่
หลั่
งไหลเข
ามามองหาทํ
าเลทองในการลงทุ
นกิ
จการต
าง ๆ
บนเกาะ การขานรั
บการเข
ามาของชาวต
างชาติ
ด
วยการปรั
บโครงสร
างพื้
นฐานดั
งกล
าว คื
อป
จจั
ย
ที่
สํ
าคั
ญในการทํ
าให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของผู
คนในเกาะสมุ
ยและเกาะพะ
งั
นแบบก
าวกระโดดอย
างรวดเร็
ว เปรี
ยบเสมื
อนพลั
งของคลื่
นยั
กษ
ในทะเลที่
ถาโถมเข
าหาชายฝ
งรอบ ๆ
เกาะทั้
งสอง แรงกระแทกจากเกลี
ยวคลื่
นที่
กระทบชายฝ
งส
งผลให
การดํ
ารงชี
วิ
ตของผู
คนบนเกาะต
อง
โน
มเอนไปตามทิ
ศทางลมที่
นํ
าพาคลื่
นยั
กษ
ลู
กนี้
เข
ามา จากที่
เคยใช
ชี
วิ
ตแบบเดิ
มด
วยการพึ่
งพาอาศั
ย
ระหว
างคนและธรรมชาติ
อยู
อย
างพอเพี
ยง ต
องปรั
บเป
นการแสวงหารายได
จากชาวต
างชาติ
ใน
รู
ปแบบต
าง ๆ โดยมี
ต
นทุ
นทางทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ่
งแวดล
อมที่
สวยงามมาเป
นทุ
นทรั
พย
ในการ
ประกอบอาชี
พ และมี
ค
านิ
ยมที่
คํ
านึ
งถึ
งเพี
ยงแต
ความพอใจของนั
กท
องเที่
ยวเป
นอั
นดั
บแรก พื้
นที่
ทั้
งสองเกาะจึ
งเปลี่
ยนแปลงเป
นแบบเดี
ยวกั
บภู
เก็
ตและพั
ทยา ซึ่
งผลของศึ
กษานี้
สอดคล
องกั
บ
งานวิ
จั
ยของปราณี
เพชรแก
ว (2547) ที่
ได
ศึ
กษา การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม วั
ฒนธรรมและเศรษฐกิ
จ
ศึ
กษากรณี
เกาะสมุ
ย จั
งหวั
ดสุ
ราษฎร
ธานี
ผลการศึ
กษานั้
นพบว
า ป
จจั
ยที่
มี
ผลต
อการเปลี่
ยนแปลง
ทางสั
งคม วั
ฒนธรรม และเศรษฐกิ
จของเกาะสมุ
ย มี
ทั้
งป
จจั
ยภายในและป
จจั
ยภายนอก ป
จจั
ยภายใน
ได
แก
ประชากรและการทํ
ามาหากิ
น ความขั
ดแย
ง การขาดแคลนทรั
พยากร การศึ
กษา และการอบรม
สั่
งสอน ส
วนป
จจั
ยภายนอกที่
สํ
าคั
ญ ได
แก
แผนพั
ฒนาของรั
ฐ การคมนาคม การถู
กสั
งคมภายนอก
รุ
กราน การรั
บเอาเทคโนโลยี
ภายนอก และการท
องเที่
ยว สํ
าหรั
บการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม วั
ฒนธรรม
และเศรษฐกิ
จของเกาะสมุ
ย พบว
า มี
การเปลี่
ยนแปลงความสั
มพั
นธ
ระหว
าง สมาชิ
กในครั
วเรื
อน การ