13
มี
ความบู
รณาการ ประการที่
ห
า มี
ความสอดคล
อง และความสมดุ
ลยั่
งยื
น ประการที่
หก มี
การ
พั
ฒนาจิ
ตใจและจิ
ตวิ
ญญาณอั
นลึ
กซึ้
ง ประการที่
เจ็
ด ส
งเสริ
มความเข
มแข็
งของสั
งคม และประการ
สุ
ดท
าย เป
นการผดุ
งศี
ลธรรมของสั
งคม
ความรู
เกี่
ยวกั
บวั
ฒนธรรมไทย
ประเทศไทยมี
วั
ฒนธรรมหรื
อเรี
ยกว
าวั
ฒนธรรมไทยอั
นดี
งามสื
บต
อกั
นมาตั้
งแต
สมั
ยสุ
โขทั
ย
อยุ
ธยา และรั
ตนโกสิ
นทร
โดยทั่
วไปแล
วคํ
าว
า " วั
ฒนธรรมไทย”
หมายถึ
ง ชี
วิ
ตของคนไทยใน
สั
งคมไทย ซึ่
งเป
นแบบแผนของการประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ที่
ดี
งานและการแสดงออกถึ
งความรู
สึ
กนึ
กคิ
ด
ในสถานการณ
ต
างๆ ที่
สมาชิ
กในสั
งคมไทยสามารถรู
เข
าใจ ซาบซึ้
ง ยอมรั
บ และใช
ปฏิ
บั
ติ
ร
วมกั
นในสั
งคมไทย หรื
ออี
กในอี
กความหมายหนึ่
งหมายถึ
งวิ
ถี
แห
งการดํ
ารงชี
วิ
ตของคนในสั
งคม
นั้
นๆ นั
บตั้
งแต
การดํ
ารงชี
วิ
ติ
ในแต
ละวั
น การกิ
น การอยู
การแต
งกาย การพั
กผ
อน การทํ
างาน
การจราจรการขนส
ง การแสดงอารมณ
การอยู
ร
วมกั
นเป
นหมู
คณะ ซึ่
งวิ
ถี
ชี
วิ
ตนั้
นเริ่
มมาจากการที่
มี
ต
นแบบ อาจจะเป
นตั
วบุ
คคลแล
วมี
คนส
วนใหญ
หรื
อประชาชน ส
วนใหญ
มี
ความเห็
นด
วยและ
ปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดกั
นมา โดยสิ่
งนั้
นต
องเป
นสิ่
งที่
ดี
งามเพื่
อดํ
ารงไว
ซึ่
งวั
ฒนธรรมไทย ตราบจบชั่
วลู
กชั่
ว
หลาน ส
วนลั
กษณะของวั
ฒนธรรมไทยที่
สํ
าคั
ญ ได
แก
วั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
หรื
อวั
ฒนธรรมสสาร
วั
ฒนธรรมทางศิ
ลปกรรม วั
ฒนธรรมทางจิ
ตใจหรื
อวั
ฒนธรรมทางคติ
ธรรม วั
ฒนธรรมทางเนติ
ธรรม
วั
ฒนธรรมทางสหธรรม วั
ฒนธรรมทางภาษาและวรรณคดี
(ประภาศรี
สี
หอํ
าไพ, 2550)
วั
ฒนธรรมไทยเป
นสิ่
งที่
ตนไทยกํ
าหนดขึ้
น สร
างหรื
อยอมรั
บเข
ามาเพื่
อช
วยในการ
แก
ป
ญหา อี
กทั้
งเป
นการตอบสนองความต
องการของสมาชิ
กในสั
งคมไทยในรู
ปแบบที่
เป
นรู
ปธรรม
และนามธรรม ซึ่
งล
วนมี
การสื
บทอดกั
นแพร
หลายและมี
การพั
ฒนาปรั
บปรุ
งตลอดมา อี
กทั้
ง
วั
ฒนธรรมไทยเป
นสิ่
งที่
เกิ
ดขึ้
นจากการที่
ประชาชน ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ร
วมกั
น เป
นอั
นหนึ่
งอั
นเดี
ยวกั
น
มาตั้
งแต
อดี
ตจนถึ
งป
จจุ
บั
นอย
างต
อเนื
่
องกั
น ซึ่
งมี
การสื
บทอดมาจากคนรุ
นก
อน หรื
ออาจเป
นการ
ประดิ
ษฐ
คิ
ดค
น สิ่
งที่
ดี
งามขึ้
นมาใหม
หรื
อว
าได
รั
บมาจากสั
งคม ประเทศอื่
น และต
องได
รั
บการ
ยอมรั
บ ยึ
ดถื
อเป
นแบบแผนปฏิ
บั
ติ
ร
วมกั
นของสมาชิ
กในสั
งคมนั้
นๆ จึ
งจะถื
อได
ว
าเป
นวั
ฒนธรรม
ของสั
งคมนั้
น ซึ่
งในอดี
ตสมั
ยรั
ชกาลที่
6 พระองค
ตระหนั
กถึ
งภั
ยแห
งการถู
กกลื
นทางวั
ฒนธรรม
ได
ทรงมี
พระราชดํ
าริ
ว
า อิ
ทธิ
พลวั
ฒนธรรมต
างชาติ
กํ
าลั
งรุ
กล้ํ
าหนั
กเข
ามาอย
างรวดเร็
ว จึ
งทรง
ปรั
บปรุ
งส
งเสริ
มและปลู
กฝ
งวั
ฒนธรรมไทย มี
ความสํ
านึ
กในความรั
บผิ
ดชอบต
อชาติ
และนิ
ยมไทย
มากขึ้
น ต
อมาหลั
งสงครามโลกครั้
งที่
2 ทํ
าให
ประเทศไทยมี
การเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรรมไทยอย
าง
มากเกื
อบทุ
กด
าน จนคนไทยส
วนใหญ
ปรั
บตั
วไม
ทั
น หลั
งจากนั้
นมี
การฟ
นฟู
วั
ฒนธรรมของชาติ
อย
างใหญ
หลวงให
ทั
นสมั
ยทั
ดเที
ยมชาติ
ตะวั
นตก