Page 22 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

12
ต
องได
ซึ่
งตามปกติ
แล
วพฤติ
กรรมของมนุ
ษย
เป
นพฤติ
กรรมที่
เกิ
ดขึ้
นเองหรื
อเกิ
ดจากสั
ญชาตญาณ
ซึ่
งเป
นพฤติ
กรรมส
วนน
อยของมนุ
ษย
แต
พฤติ
กรรมส
วนใหญ
หรื
อเกื
อบทั้
งหมดของมนุ
ษย
เป
พฤติ
กรรมที่
เกิ
ดจากการเรี
ยนรู
มนุ
ษย
เริ่
มเรี
ยนรู
ตั้
งแต
เกิ
ดไปเรื่
อย ๆ จนตาย วั
ฒนธรรมเป
นสิ่
งที่
มี
มาแต
เดิ
ม ผู
คนเกิ
ดมาในวั
ฒนธรรมใดก็
จะเรี
ยนรู
สิ่
งต
าง ๆ ในวั
ฒนธรรมนั้
น การที่
ประชากรของ
สั
งคมในประเทศต
าง ๆ มี
พฤติ
กรรมอย
างเดี
ยวกั
นหรื
อแตกต
างกั
นไปนั้
น เพราะมี
การเรี
ยนรู
ต
างกั
ไปตามวั
ฒนธรรมของตน การกระทํ
าดั
งกล
าวทํ
าให
วั
ฒนธรรมของสั
งคมแตกต
างกั
นไป การเรี
ยนรู
ที่
กล
าวแล
วรวมถึ
งการเรี
ยนรู
แบบรู
ตั
วหรื
อไม
รู
ตั
วด
วย โดยผ
านสื่
อกลางที่
เป
นทางการหรื
อไม
เป
ทางการก็
ได
เช
น โดยการอบรมสั่
งสอนจากครอบครั
ว โรงเรี
ยน สถาบั
นศาสนา และสื่
ออื่
น ๆ สิ่
งที่
มนุ
ษย
ได
เรี
ยนรู
ทั้
งความรู
ทางวิ
ชาการด
านต
าง ๆ ค
านิ
ยม ความเชื่
อทางศาสนา และอุ
ดมการณ
ล
วนเป
นแบบแผนในการดํ
ารงชี
วิ
ตหรื
อวิ
ถี
ชี
วิ
ต ซึ่
งจะต
องเรี
ยนรู
ว
าจะทํ
าตั
วอย
างไรในสถานการณ
ทางสั
งคมที่
แตกต
างกั
นไปเป
นต
น สิ่
งที่
มนุ
ษย
เรี
ยนรู
ล
วนเป
นวั
ฒนธรรมส
วนหนึ่
งของสั
งคมหรื
ประเทศชาติ
ทั้
งสิ้
น (งามพิ
ศ สั
ตย
สงวน, 2543) อี
กทั้
งการรั
บวั
ฒนธรรมจากสั
งคมอื่
นเป
นการ
ถ
ายทอดวั
ฒนธรรมจากคนรุ
นหนึ่
งไปยั
งคนอี
กรุ
นหนึ่
ง เมื่
อมี
การรั
บวั
ฒนธรรมบางส
วนจากสั
งคม
ข
างเคี
ยงที่
ไม
ขั
ดกั
บค
านิ
ยมหลั
กของสั
งคมและสอดคล
องกั
บของเดิ
มที่
มี
อยู
ในระยะแรกเรี
ยกว
าเป
การยื
มวั
ฒนธรรม แต
เมื่
อนานๆ ไปการยื
มวั
ฒนธรรมกลายเป
นการรั
บวั
ฒนธรรม และเป
จุ
ดเริ่
มต
นของการเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรม และการแพร
กระจายวั
ฒนธรรม นอกจากนี้
การ
ถ
ายทอดวั
ฒนธรรมภายจากสั
งคมหนึ่
งไปอี
กสั
งคมหนึ่
งเป
นการที่
สั
งคมหนึ่
งยอมรั
บวั
ฒนธรรมของ
สั
งคมอื่
นและเกิ
ดการปรั
บตั
ววั
ฒนธรรมให
เข
ากั
น โดยที่
มี
การละทิ้
งวั
ฒนธรรมของตั
วบางส
วน
มี
ผลทํ
าให
เกิ
ดการผสมผสานกลมกลื
นทางวั
ฒนธรรม และทํ
าให
เอกลั
กษณ
เดิ
มเปลี่
ยนไป (อมรา
พงศาพิ
ชญ
, 2541) ซึ่
งการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมตามแนวคิ
ดของสุ
พั
ตรา สุ
ภาพ (2521) นั
บได
ว
าเป
นการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมที่
รั
บเอาวั
ฒนธรรมของสั
งคมอื่
นมาปฏิ
บั
ติ
การผสมผสานทาง
วั
ฒนธรรมจะมี
มากเมื่
อสั
งคมหนึ่
งถู
กรุ
กรานและอี
กฝ
ายหนึ่
งชนะ การติ
ดต
อสั
มพั
นธ
กั
นย
อมจะรั
วั
ฒนธรรมของกั
นและกั
น ซึ่
งสั
งคมต
างๆ ย
อมจะหวงแหนและรั
กษาวั
ฒนธรรมเดิ
มของตนไว
โดยพยายามป
องกั
นการผสมผสานหรื
อกี
ดกั
นหรื
อไม
ก็
สร
างกฎเกณฑ
เพื่
อไม
ให
ติ
ดต
อสั
มพั
นธ
กั
ซึ่
งการผสมผสานวั
ฒนธรรมมั
กจะเกิ
ดขึ้
น เมื่
อสมาชิ
กของวั
ฒนธรรมหนึ่
งติ
ดต
อเกี่
ยวข
องกั
บสมาชิ
อี
กวั
ฒนธรรมหนึ่
งมาเป
นเวลานาน นอกจากนี้
ลั
กษณะของวั
ฒนธรรมที่
สํ
าคั
ญนั
นตามทรรศนะของ
ประเวศ วะสี
(2538) วั
ฒนธรรมมี
ลั
กษณะที่
สํ
าคั
ญอยู
8 ประการกล
าวคื
อ ประการแรก มี
ความ
หลากหลายกระจายอํ
านาจ จึ
งส
งเสริ
มกั
นเรื่
องระบอบประชาธิ
ปไตย ประการที่
สอง กระจายรายได
และสร
างความเข
มแข็
งทางเศรษฐกิ
จ ประการที่
สาม ส
งเสริ
มศั
กดิ์
ศรี
ของชุ
มชนท
องถิ่
น ประการที่
สี่