Page 177 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

167
ขยั
นหมั่
นเพี
ยรในการทํ
ากิ
น ก็
ยกสวนที่
อยู
ใกล
ขอบถนนให
แต
ถ
าคนไหนมี
พฤติ
กรรมเกเรไม
เอา
ถ
ายก็
ดั
ดสั
นดานให
รู
ถึ
งความยากลํ
าบาก ด
วยการยกสวนมะพร
าวที่
อยู
ขอบถนนและอยู
ลึ
กติ
ดริ
ทะเลให
ต
อมาการผลิ
ตมะพร
าวเริ่
มลดน
อยลงเพราะพื้
นที่
การปลู
กลดลง ชาวเกาะสมุ
ยไม
น
อยที่
ยอมขายที่
ดิ
นให
กั
บนายทุ
นในประเทศและต
างประเทศ เพื่
อสร
างอสั
งหาริ
มทรั
พย
และจั
บจองที่
ดิ
เพื่
อการค
า ป
จจุ
บั
นการผลิ
ตมะพร
าวได
ถู
กฟ
นฟู
และแปรรู
ปผลิ
ตภั
ณฑ
เครื่
องสํ
าอางได
รั
บความ
สนใจและมี
ผู
บริ
โภคภายในประเทศและต
างประเทศ เช
น ผลิ
ตภั
ณฑ
ภายใต
สั
ญลั
กษณ
“สปาโก
ซึ่
งเป
นผลิ
ตภั
ณฑ
แปรรู
ปมะพร
าวรายใหญ
ที่
สุ
ดในอํ
าเภอเกาะสมุ
ย ใช
วั
ตถุ
ดิ
บการผลิ
ตที่
เป
มะพร
าวเกาะสมุ
ย มี
เครื
อข
ายการผลิ
ตเป
นกลุ
มทํ
าให
นั
กท
องเที่
ยวหลายกลุ
มได
รู
จั
กการผลิ
ตที่
นี้
แต
อย
างไรก็
ตามมะพร
าวพื้
นที่
เกาะสมุ
ยก็
มิ
ได
เพาะปลู
กให
เท
ากั
บพื้
นที่
มะพร
าวในอดี
ตได
แม
จะมี
โครงการของภาครั
ฐรวมกั
บเอกชนรณรงค
โครงการคื
นมะพร
าวเกาะสมุ
ย เพราะสิ่
งที่
รั
บป
จจุ
บั
นใน
การผลิ
ตมะพร
าวคื
อผลกระทบจากศั
ตรู
พื
ชทํ
าลายยอดอ
อนของต
นมะพร
าวและสภาพอากาศที่
แปรปรวน อี
กทั้
งผู
คนส
วนใหญ
ให
ความสนใจการทํ
าธุ
รกิ
จท
องเที่
ยวมากกว
าการทํ
าสวนมะพร
าว
เหมื
อนในอดี
ตที่
ผ
านมา (เสนี
ย
ใจเย็
นและสํ
านวน ใจเย็
น, สั
มภาษณ
เมื่
อวั
นที่
16 พฤษภาคม
2554) ส
วนการผลิ
ตและบริ
โภคผั
กพื้
นบ
านของคนเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น เดิ
มมี
การปลู
ผั
กพื้
นบ
านตามบริ
เวณบ
านเรื
อน และมี
การแบ
งป
นกั
นเพื่
อนบ
าน เช
น ผั
กบุ
ง พริ
ก มะเขื
อ ถั่
ว ผั
กกู
กระถิ
น ใบทองหลาง เล็
บครุ
ฑ เป
นต
น ซึ่
งเป
นผั
กที่
ใช
รั
บประทานร
วมกั
บอาหารประเภทอื่
น ๆ
เรี
ยกรวมกั
นว
า “ผั
กเหนาะ” บางจั
งหวั
ดเรี
ยกว
า “ผั
กเกล็
ด” หรื
อ “ผั
กเหมื
อด” ผั
กที่
นิ
ยมนํ
ามากิ
นกั
น้ํ
าพริ
กกั
นมากคื
อ สะตอ ใบและยอดมะกอกอ
อน ลู
กเนี
ยง ลู
กเนี
ยงหมาน ใบแมงลั
ก ใบโหระพา
ลู
กฉิ่
ง ยอดมั
งค
า ยอดมะตู
ม ยอดจิ
ก ยอดมะม
วง ลู
กละไม ลู
กเหรี
ยง เป
นต
นอกจากการผลิ
ตและบริ
โภคพื
ช ผั
กและผลไม
เป
นอาหารแล
ว การผลิ
ตและบริ
โภคสั
ตว
ก็
เป
นสิ่
งจํ
าเป
นในชี
วิ
ตของผู
คน ในอดี
ตคนเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นหาสั
ตว
จากทรั
พยากรในทะเล
หรื
อชายฝ
งมาบริ
โภค โดยเฉพาะการทํ
าประมงพื้
นบ
านที่
เป
นประมงน้ํ
าเค็
ม ซึ่
งเป
นอาชี
พอย
างหนึ่
ของคนเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น ในการทํ
าประมงพื้
นบ
านนั้
นถื
อเป
นการผลิ
ตที่
อาศั
ทรั
พยากรธรรมชาติ
แต
เดิ
มมี
การทํ
าประมงรอบเกาะอยู
ตามริ
มชายฝ
งทะเลของหมู
บ
านต
าง ๆ รอบ
เกาะ ขั้
นตอนการผลิ
ตหรื
ออาหารทะเลชนิ
ดต
าง ๆ นั้
น ใช
เรื
อพายสร
างขึ้
นเองจากไม
ตามธรรมชาติ
แต
ก็
มี
บ
างคนที่
ไปหามาจากตํ
าบลพุ
มเรี
ยง อํ
าเภอไชยา เมื่
อถึ
งเวลาออกมาหาปลาจะใช
ไฟที่
เรี
ยกว
า “ไฟไต
” ต
อมาเป
นตะเกี
ยงพายุ
ซึ่
งในเรื
อลํ
าหนึ่
งจะมี
คนหาปลา 4 คน และมี
นายพาหนะ
หรื
อทํ
าหน
าที่
พายเรื
อ 1 คน ผลผลิ
ตจากการหาของทะเลเพื่
อบริ
โภคนั้
นมี
ปลา หอย หมึ
ก กุ
ส
วนใหญ
แล
วใช
บริ
โภคในครั
วเรื
อนและจะไม
นิ
ยมขายกั
น แต
จะแบ
งเครื
อญาติ
หรื
อเพื่
อนบ
าน