Page 143 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

133
นครศรี
ธรรมราช (ฉั
นทั
ส ทองช
วย, 2534) ภาษาถิ่
นเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นเป
นภาษาไทยถิ่
นใต
ที่
มี
เอกลั
กษณ
เฉพาะ ทั้
งสํ
าเนี
ยงและความหมายที่
ยั
งคงความหมายจากภาษาไทยแท
แต
โบราณ
และคํ
าเฉพาะถิ่
นเอาไว
ได
มากที่
สุ
ด เช
น คํ
าว
า คร
อม ใช
ว
า กรวม คํ
าว
า รอ ใช
ว
า คร
าว คํ
าว
า ขา
เก ใช
ว
า ขาชิ้
ง คํ
าว
า อาถรรพณ
ใช
ว
า อั
ดถั
น เป
นต
น การสื่
อสารในชี
วิ
ตประจํ
าของชาวเกาะสมุ
และเกาะพะงั
นจะใช
ภาษาถิ่
นเป
นหลั
ก พ
อแม
ปู
ย
าตายายจะสนทนากั
นด
วยภาษาถิ่
น ลู
กหลานก็
จดจํ
าและนํ
ามาใช
เป
นภาษาหลั
กในการติ
ดต
อสื่
อสารจนกลายเป
นเอกลั
กษณ
ของท
องถิ่
ภายหลั
งเมื่
อมี
การส
งเจ
านายจากส
วนกลางมาตรวจราชการและมี
การติ
ดต
อกั
บเมื
องหลวงมากขึ้
ทํ
าให
ภาษาที่
ใช
ในการสื่
อสารเริ่
มเปลี่
ยนเป
นภาษาไทยมาตรฐาน ส
วนภาษาถิ่
นจะใช
กั
นเฉพาะ
ผู
คนดั้
งเดิ
มเท
านั้
การเรี
ยนรู
อาชี
พจากภู
มิ
ป
ญญา
การดํ
ารงชี
วิ
ตตามวิ
ถี
ท
องถิ่
นใต
ของชาวเกาะสมุ
และเกาะพะงั
นเป
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
เรี
ยบง
าย โดยใช
ภู
มิ
ป
ญญาชาวบ
านที่
ได
รั
บการถ
ายทอดมาจาก
บรรพบุ
รุ
ษเลื
อกสรรวั
สดุ
จากธรรมชาติ
ที่
มี
อยู
ในท
องถิ่
นมาปรั
บใช
เป
นเครื่
องมื
อในการประกอบ
อาชี
พ ได
แก
อาชี
พการทํ
าสวนมะพร
าวและฝ
กลิ
งเก็
บมะพร
าว อาชี
พการทํ
าประมงพื้
นบ
าน และ
อาชี
พการทํ
ากะละแม อาชี
พการทํ
าสวนมะพร
าวและฝ
กลิ
งเก็
บมะพร
าว อาชี
พทํ
าสวนมะพร
าว
เป
นอาชี
พที่
ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นใช
เป
นอาชี
พหลั
กในการดํ
ารงชี
วิ
ตเรื่
อยมา ในช
วงก
อนป
พ.ศ.2510 เกาะสมุ
ยเป
นเกาะที่
มี
เนื้
อหาปรากฏอยู
ในหนั
งสื
อเรี
ยนระดั
บชั้
นประถมศึ
กษาในยุ
คนั้
ว
า “เป
นแหล
งที่
มี
มะพร
าวมากสุ
ดในประเทศ” จากการทํ
าสวนมะพร
าวที่
ให
ผลผลิ
ตดี
ครรลองชี
วิ
ของคนบนเกาะนี้
จึ
งผู
กพั
นกั
บอาชี
พนี้
มี
เรื่
องเล
าต
อ ๆ กั
นมาว
า “ในอดี
ตพ
อแม
จะเลื
อกสื
บทอดการ
ทํ
าสวนมะพร
าวให
กั
บลู
กหลาน โดยเลื
อกเฟ
นจากพฤติ
กรรมของลู
ก แต
ละคนมาเป
นเกณฑ
ตั
ดสิ
ลู
กคนใดขยั
นหมั่
นเพี
ยรในการทํ
ากิ
น พ
อแม
ก็
จะให
มรดกเป
นที่
ดิ
นบนเขาด
านในเกาะ ทํ
าไร
ทํ
าสวน
เพราะดิ
นดี
เพาะปลู
กอะไรก็
ได
ผลดกงาม แต
หากลู
กคนใดดู
ท
าเกกมะเหรกเกเรก็
ดั
ดสั
นดานให
รู
ถึ
ความยากลํ
าบาก จะให
มรดกเป
นที
ดิ
นติ
ดชายหาดริ
มทะเล ปลู
กอะไรไม
ขึ้
น จนมี
คํ
าติ
ดปากมาจน
ป
จจุ
บั
นว
า “ลู
กรั
กมั
กได
ที่
ภู
เขา ส
วนลู
กชั
งมั
กได
ที่
ติ
ดชายทะเล” (เสนี
ย
ใจเย็
น, สั
มภาษณ
เมื่
อวั
นที่
16 พฤษภาคม 2554) ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นจะมี
วิ
ธี
การเรี
ยนรู
การปลู
กมะพร
าวที่
เหมื
อนกั
น คื
อ การติ
ดตามพ
อแม
เข
าไปในสวนมะพร
าว
พ
อแม
จะสอนวิ
ธี
การคั
ดเลื
อกพั
นธุ
โดยจะ
คั
ดจากต
นแม
พั
นธุ
ที่
ให
ลู
กมะพร
าวขนาดใหญ
เนื้
อมะพร
าวหนาเก็
บไว
ขยายพั
นธุ
ต
อไป วิ
ธี
การ
ปลู
กมะพร
าว ถ
าปลู
กในที่
ราบจะปลู
กเป
นแถวระยะห
างต
นละ 8 x 8 เมตร ถ
าปลู
กในที่
ลุ
ระหว
างแถวจะขุ
ดเป
นร
องเชื่
อมต
อกั
นไปตลอดพื้
นที่
ด
วย โดยประมาณ 1 ไร
จะปลู
กได
25 ต
น ใช
เวลา 6 ป
ก็
สามารถเก็
บลู
กมะพร
าวได
1 เดื
อน สามารถเก็
บมะพร
าวได
1 ครั้
ง นอกจากนั้
นยั
งสอน