Page 128 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

118
หมดในหนึ่
งมื้
อก็
จะนํ
าอาหารที่
ได
มาทํ
าการถนอมอาหารเก็
บไว
กิ
นในช
วงมรสุ
มเข
า เช
น ทํ
ากุ
งส
ปลาแป
งแดง ปลาเค็
ม กุ
งแห
ง น้ํ
าบู
ดู
พุ
งปลา เป
นต
น ป
จจุ
บั
นค
านิ
ยมการประกอบอาหาร
รั
บประทานภายในครั
วเรื
อนได
ลดน
อยลง เนื่
องจากภาวะเศรษฐกิ
จที่
เปลี่
ยนแปลงไป การใช
เวลา
ในการจั
ดหาวั
ตถุ
ดิ
บมาประกอบอาหาร และการทํ
าอาหารทํ
าให
เสี
ยเวลามาก ชาวเกาะพะงั
นทั่
วไป
จึ
งนิ
ยมรั
บประทานอาหารจานด
วนที่
มี
อยู
ทั่
วไป หรื
อนิ
ยมรั
บประทานอาหารตามร
านอาหารที่
มี
มาก
ในเกาะพะงั
วรรณกรรม
ที่
พบในเกาะพะงั
นมี
ทั้
งวรรณกรรมที่
เป
นเรื่
องเล
าหรื
อที่
เรี
ยกว
าวรรณกรรม
มุ
ขปาฐะ และวรรณกรรมที่
บั
นทึ
กเป
นลายลั
กษณ
อั
กษรที่
รู
จั
กแพร
หลายในจั
งหวั
ดสุ
ราษฎร
ธานี
วรรณกรรมมุ
ขปาฐะ ได
แก
นิ
ทาน ตํ
านาน เพลงร
องเรื
อ เพลงกล
อมเด็
ก เพลงบอก คํ
าพั
งเพย
สุ
ภาษิ
ต ปริ
ศนาคํ
าทาย เป
นต
น วรรณกรรมลายลั
กษณ
เป
นวรรณกรรมที่
บั
นทึ
กไว
มี
ทั้
งภาษาไทย
และภาษาขอม ได
แก
ตํ
ารายา หนั
งสื
อสวด นิ
ทานประโลมโลก ตํ
าราความรู
ทั่
วไป ยั
นต
ฤกษ
ยาม
ตํ
าราทํ
านา ตํ
าราบี
บนวด ตํ
าราปลู
กเรื
อน เป
นต
น วรรณกรรมที่
ขึ้
นชื่
อของเกาะพะงั
นที่
เป
นรู
จั
กกั
ทั่
วไป ได
แก
นิ
ราศชื่
นหรื
อนิ
ราศตะรางของนายชื่
น เกื้
อสกุ
ล(ชาวอํ
าเภอเกาะพะงั
น) พระเวสสั
นดร
โคบุ
ด วรรณสิ
น จํ
าปาสี่
ต
น พระวรวงศ
พญาหงส
พระสุ
ธนนางมโนห
รา นายทนนางบั
วโทน
สุ
บิ
น และไกรสิ
ทธิ์
เป
นต
น (ชวน เพชรแก
ว และสบาย ไสยริ
นทร
, 2534)
การละเล
การละเล
นพื้
นเมื
องของเกาะพะงั
น เป
นความบั
นเทิ
งรื่
นเริ
งที่
จั
ดขึ้
นโดยเน
ผู
ชมเป
นหลั
ก มี
ผู
แสดงหรื
อคณะผู
แสดงเป
นผู
ให
ความบั
นเทิ
ง วั
ตถุ
ประสงค
เพื่
อความสนุ
กสนาน
เพลิ
ดเพลิ
นอั
นเป
นการผ
อนคลายความเหน็
ดเหนื่
อย ตรากตรํ
าจากการทํ
างาน เช
น การเล
นหนั
ตะลุ
ง หรื
อโนรา การละเล
นบางอย
างเกิ
ดขึ้
นเพื่
อการเฉลิ
มฉลอง หรื
อเพื่
อแสดงความยิ
นดี
ในโอกาส
ที่
บุ
คคลหรื
อสั
งคมประสบความสํ
าเร็
จในชี
วิ
ต เช
น การรํ
าโนราคล
องหงส
ในงานโกนจุ
ก นอกจากนี้
มี
การละเล
นหลายอย
างเกิ
ดขึ้
นเพื่
อเป
นพุ
ทธบู
ชาหรื
อเกี่
ยวกั
บการบุ
ญการกุ
ศล เช
น การเล
นเพลงเรื
เพลงแห
นาค เป
นต
เพลงชั
กพระ
มี
มานานควบคู
กั
บงานประเพณี
ชั
กพระและมี
เอกลั
กษณ
เฉพาะตั
ว ลั
กษณะ
ของเพลง จะเป
นคํ
ากลอนวรรคหน
า 8 คํ
า วรรคหลั
ง 6 คํ
า เนื้
อหาสาระหลากหลาย เช
น เมื่
อเข
ใกล
เรื
อพนมพระก็
ร
องไหว
พระ หรื
อชมบารมี
พระที่
เสด็
จมาทางน้ํ
า ชมความงามของเรื
อพนมพระ
เล
าประวั
ติ
งานชั
กพระชมสถานที่
ต
าง ๆ ชมบุ
คคล และเกี้
ยวพาราสี
ระหว
างพายเรื
อ ซึ่
งมี
เรื
อผู
ชาย
และเรื
อผู
หญิ
ง เพลงชั
กพระนี้
จะนํ
ามาร
องกั
นในงานประเพณี
ชั
กพระเท
านั้
น ส
วนการถ
ายทอดเพลง
และการแต
งเพลงนั้
น เป
นไปตามธรรมชาติ
คื
อเมื่
อเรี
ยนรู
ฉั
นทลั
กษณ
ก็
ไปแต
งเองตามชอบใจ ผู
ที่
แต
งไม
ได
ก็
ต
องขอให
ผู
อื่
นแต
งให