77
ธรรม เพราะเหตุ
การณ์
ดั
งกล่
าวย ้
อนถึ
งเรื่
องราวเมื่
อมหาศั
กราช 1550 ซึ
่
งตรงกั
บ พ.ศ. 2171
ประวั
ติ
ของอํ
าเภอฉวางที่
มี
การเชื่
อมโยงกั
บภายนอกจึ
งมี
มาตั
้
งแต่
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเป็
นราชธานี
และจากบั
นทึ
กในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
ปี
จุ
ลศั
กราช 1173 หรื
อ พ.ศ. 2354 อั
นเป็
นรั
ชสมั
ยของ
พระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
ย ทํ
าเนี
ยบราชการพื
้
นที่
เมื
องฉวางมี
ฐานะเป็
นแขวงฉวาง
ที่
ท่
าชี
ประกอบด้
วย 4 หั
วเมื
อง คื
อ พิ
ปู
น ละอาย กะเปี
ยด และช้
างกลาง ต่
อมาในสมั
ย
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู ่
หั
วระหว่
าง ร.ศ. 115-116 หรื
อ พ.ศ. 2439-2440 มี
การ
ปฏิ
รู
ปการปกครองกระจายอํ
านาจการปกครองไปสู
่
หั
วเมื
อง เป็
นเหตุ
ให้
หั
วเมื
องเหล่
านี
้
ถู
กยุ
บและ
แยกเป็
นหมู
่
บ้
าน ตํ
าบลต่
าง ๆ มี
การตั
้
งแขวงฉวางเป็
นอํ
าเภอฉวาง ปรากฏตามหลั
กฐานใบบอก
ของพระยาสุ
ขุ
มนั
ยวิ
นิ
ต ข้
าหลวงเทศาภิ
บาล สํ
าเร็
จราชการมณฑลนครศรี
ธรรมราช ในรายงาน
ร.ศ.
118
ที่
มี
กรมหมื่
นดํ
ารงราชานุ
ภาพรายงานเกี่
ยวกั
บการแบ่
งแขวงตั
้
งกรมการอํ
าเภอตลอดจน
มณฑลว่
า “ อํ
าเภอฉวางเป็
นแขวงชั
้
นนอกต่
อแดนเมื
องคี
รี
รั
ฐนิ
คม เมื
องกาญจนดิ
ฐ เมื
องกระบี่
นายย ้
อยเป็
นนายอํ
าเภอตั
้
งที่
ว่
าการบ้
านคลองตาล…” (อั
มมร ธะระเจน และสุ
ธิ
วงศ์
พงศ์
ไพบู
ลย์
.
2542:1801-1803) ครั
้
งเมื่
อพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วได้
มี
การจั
ดตั
้
งระบบเทศาภิ
บาล
ซึ
่
งเป็
นระบบที่
รั
ฐบาลกลางจั
ดส่
งข้
าราชการไปบริ
หารราชการในท้
องที่
ต่
าง ๆ แทนที่
ส่
วนภู
มิ
ภาค
จะจั
ดการปกครองกั
นเองเช่
นแต่
ก่
อน อั
นเป็
นระบบกิ
นเมื
อง
ระบบการปกครองแบบเทศาภิ
บาล
จึ
งเป็
นระบบการปกครองที่
รวมอํ
านาจเข้
ามาไว้
ในส่
วนกลางและริ
ดรอนอํ
านาจเจ้
าเมื
องตามระบบ
เดิ
มลง โดยได้
แบ่
งเขตการปกครองมี
ขนาดลดหลั
่
นกั
นเป็
นชั
้
นอั
นดั
บคื
อ ส่
วนใหญ่
เป็
นมณฑล
รองถั
ดลงไปเป็
นเมื
อง คื
อ จั
งหวั
ด รองไปอี
กเป็
นอํ
าเภอ ตํ
าบล และหมู
่
บ้
าน
ในการปกครองแบบเทศาภิ
บาล ไม้
เรี
ยงเป็
นการปกครองในระดั
บตํ
าบลซึ
่
งเป็
นหนึ
่
งใน
อํ
าเภอฉวาง มี
หลวงปราบประทุ
ษราษฎร์
(เอี
ยด ณ นคร ) เป็
นนายอํ
าเภอคนแรก สํ
าหรั
บที่
ว่
าการ
อํ
าเภอฉวาง จากคํ
าบอกเล่
าเกี่
ยวกั
บอํ
าเภอฉวางพบว่
า ฉวางนั
้
นได้
มี
การย ้
ายที่
ตั
้
งอํ
าเภอหลายที่
โดยเดิ
มตั
้
งอยู
่
ตามแม่
นํ
้
า ทั
้
งนี
้
เพื่
อความสะดวกเนื่
องจากอาศั
ยการคมนาคมทางนํ
้
าเป็
นหลั
ก เช่
น
เคยตั
้
งอยู
่
บ้
านในไร่
(ปั
จจุ
บั
นอยู
่
ในตํ
าบลนาแว) ตั
้
งที่
ริ
มแม่
นํ
้
าตาปี
ที่
วั
งอ้
ายหลอน (ปั
จจุ
บั
นอยู
่
ใน
ตํ
าบลไสหร้
า) ตั
้
งที่
ปากคลองลุ
ง (ปั
จจุ
บั
นอยู
่
ในตํ
าบลฉวาง) และสุ
ดท้
ายได้
ย ้
ายมาอยู
่
ณ ที่
ตั
้
ง
ปั
จจุ
บั
น เมื่
อ พ.ศ. 2458 เหตุ
ที่
ต้
องย ้
ายที่
ว่
าการอํ
าเภอหลายครั
้
งเนื่
องจากปั
ญหาถู
ก
1
ระบบกิ
นเมื
อง คื
อ ระบบการปกครองซึ
่
งผู
้
ที่
ได้
รั
บการแต่
งตั
้
งให้
เป็
นเจ้
าเมื
อง ที่
ไม่
ได้
รั
บเงิ
นเดื
อน
หรื
อ ค่
าเลี
้
ยงดู
จากรั
ฐบาล มิ
ได้
มี
การเลื
อกจากหลั
กความรู
้
ความสามารถ แต่
เลื
อกจาก ความเป็
นผู
้
มี
อิ
ทธิ
พลกว้
างขวางในเมื
องนั
้
น ๆ