58
พื
้
นที่
บริ
เวณอํ
าเภอฉวางทั
้
งหมดได้
รั
บความเสี
ยหายอย่
างรุ
นแรงทั
้
งบ้
านเรื
อน สวนยางพารา
สวนผลไม้
และสั
ตว์
เลี
้
ยง ครั
้
นถึ
งฤดู
แล้
งปี
พ.ศ.2506 ก็
ถู
กไฟเผาผลาญจนเตี
ยนโล่
ง ชาวบ้
าน
นอกจากได้
รั
บความเดื
อดร้
อน อั
นเกิ
ดจากทรั
พย์
สิ
นเสี
ยหายแล้
วย ั
งไม่
มี
นํ
้
าเพี
ยงพอจะทํ
านา ไม่
สามารถพึ
่
งพาของป่
าเพื่
อย ั
งชี
พในภาวะคั
บขั
น นั
บเป็
นช่
วงเวลาที่
ชาวบ้
านไม้
เรี
ยงประสบกั
บ
ภาวะทุ
กข์
เข็
ญอย่
างแสนสาหั
ส แม้
ว่
ากองทุ
นสงเคราะห์
สวนยางได้
สนั
บสนุ
นทุ
นการปลู
ก
ยางพาราใหม่
แก่
ชาวบ้
าน และต่
อมาแม้
ราคายางพาราตกตํ
่
า แต่
ชาวบ้
านในชุ
มชนไม้
เรี
ยงได้
ยึ
ด
อาชี
พทํ
าสวนยางพาราเพื่
อย ั
งชี
พอยู
่
ในปี
พ.ศ.2512 มี
ผู
้
พบแร่
วุ
ลแฟรมบนภู
เขาศู
นย์
ซึ
่
งเป็
นแร่
ที่
มี
ราคาแพงมาก ผู
้
คน
จํ
านวนมากต่
างเดิ
นทางไปแสวงโชคที่
นั
่
น ตลาดทานพอคลาคลํ
่
าไปด้
วยชาวบ้
านในท้
องถิ
่
นและ
ชาวต่
างถิ ่
น เศรษฐกิ
จเฟื่
องฟู
มี
เงิ
นหมุ
นเวี
ยนวั
นละหลายล้
านบาท การขั
ดแย ้
งเกี่
ยวกั
บ
ผลประโยชน์
และการขุ
ดแร่
ที่
ไม่
ถู
กหลั
กวิ
ชาการทํ
าให้
มี
ผู
้
บาดเจ็
บล้
มตายเป็
นจํ
านวนมาก
ประกอบการเคลื่
อนไหวของขบวนการคอมมิ
วนิ
สต์
ในพื
้
นที่
นั
้
นเกี่
ยวข้
องสั
มพั
นธ์
กั
บค่
ายบ้
าน
ช่
องช้
าง อํ
าเภอบ้
านนาสาร จั
งหวั
ดสุ
ราษฎร์
ธานี
ทํ
าให้
ตํ
าบลไม้
เรี
ยงเป็
นพื
้
นที่
ที่
ทางราชการถื
อ
ว่
าไม่
ปลอดภั
ย เนื่
องจากชาวบ้
านเป็
นผู
้
ส่
งเสบี
ยงอาหารให้
แก่
กองกํ
าลั
งดั
งกล่
าว
ครั
้
นถึ
งปี
พ.ศ.2522 รั
ฐบาลมี
นโยบายเร่
งปราบปรามคอมมิ
วนิ
สต์
มี
การสร้
างถนนเข้
า
ในเขตป่
า และสนั
บสนุ
นชาวบ้
านเข้
าไปตั
้
งชุ
มชนในเขตป่
า การขยายตั
วของชุ
มชนเข้
าไปใน
พื
้
นที่
จึ
งเป็
นไปอย่
างรวดเร็
ว ป่
าที่
เหลื
ออยู
่
ถู
กทํ
าลายบุ
กเบิ
กเป็
นสวนยางพาราเพิ
่
มขึ
้
น แต่
ชาวบ้
านก็
ย ั
งคงประสบความเดื
อดร้
อนเช่
นเดิ
ม ในขณะที่
ตํ
าบลไม้
เรี
ยงก้
าวเข้
าสู
่
การผลิ
ตเชิ
ง
เศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
าโดยที่
ผลประโยชน์
ส่
วนใหญ่
ตกแก่
พ่
อค้
าคนกลางที่
แทรกตั
วเข้
ามากั
บ
ระบบทุ
นนิ
ยมนั ่
นเอง วงจรรายได้
รายจ่
ายชาวบ้
านล้
วนถู
กกํ
าหนดจากสั
งคมและตลาดภายนอก
แทบทั
้
งสิ
้
น
ในด้
านการผลิ
ตและการบริ
โภค ชาวบ้
านไม้
เรี
ยงแต่
เดิ
มดํ
ารงชี
วิ
ตด้
วยการผลิ
ตและ
การหาการเก็
บสิ ่
งของจากธรรมชาติ
ซึ
่
งเป็
นการตอบสนองวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวบ้
านได้
อย่
างเพี
ยงพอ
ภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ้
านที่
เห็
นได้
จากงานหั
ตถกรรมต่
างๆ ซึ
่
งล้
วนเกี่
ยวข้
องกั
บการดํ
ารงชี
วิ
ตซึ
่
งเป็
น
การผลิ
ตแบบย ั
งชี
พทั
้
งสิ
้
น การผลิ
ตดั
งกล่
าวเป็
นการผลิ
ตเพื่
อพึ
่
งพาตนเองซึ
่
งเป็
นฐานที่
มั
่
นคงใน
ระดั
บชุ
มชน โดยอาศั
ยความร่
วมมื
อและการพึ
่
งพานํ
้
าใจในด้
านแรงงานอั
นนํ
าไปสู
่
การเชื่
อม
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างครั
วเรื
อน จะเห็
นได้
ว่
าการผลิ
ตแบบนี
้
ชาวบ้
านต้
องพึ
่
งพาสภาพแวดล้
อมทาง
ธรรมชาติ
เป็
นหลั
ก ระบบความคิ
ดความเชื่
อบางอย่
างจึ
งถู
กสอดใส่
ให้
กั
บธรรมชาติ
เช่
น ผี
สาง
เทวดา เจ้
าที่
เจ้
าทาง เป็
นต้
น ซึ
่
งสิ
่
งดั
งกล่
าวเป็
นการสร้
างคุ
ณค่
าให้
แก่
สภาพแวดล้
อมนั
่
นเองอั
ตรา
การเร่
งเกี่
ยวกั
บบริ
โภคนิ
ยมสู
งยิ
่
งขึ
้
นเมื่
อมี
การพั
ฒนาด้
านการสื่
อสารและการคมนาคม เช่
น