Page 72 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

57
ตั
งกรมการอํ
าเภอตลอดจนมณฑลว่
า “ อํ
าเภอฉวางเป็
นแขวงชั
นนอกต่
อแดนเมื
องคี
รี
รั
ฐนิ
คม
เมื
องกาญจนดิ
ฐ เมื
องกระบี่
นายย ้
อยเป็
นนายอํ
าเภอตั
งที่
ว่
าการบ้
านคลองตาล…”
ชุ
มชนไม้
เรี
ยงในช่
วง พ.ศ. 2439 - 2440 ชาวบ้
านตั
งบ้
านเรื
อนระหว่
างที่
ราบลุ
มแม่
นํ
าตาปี
และเขาศู
นย์
หรื
อบริ
เวณหมู
ที่
1 บ้
านทุ ่
งไหม้
หรื
อที่
แต่
เดิ
มเรี
ยกว่
า “ทุ ่
งดอกไม้
เนื่
องจากบริ
เวณนี
มี
ดอกไม้
ที่
ขึ
นตามธรรมชาติ
แต่
ในฤดู
แล้
งเกิ
ดไฟไหม้
ลามทุ ่
งทุ
กปี
ชาวบ้
าน
จึ
งเรี
ยกชื่
อว่
า “ทุ ่
งไฟไหม้
” ภายหลั
งกลายเป็
น “บ้
านทุ ่
งไหม้
” ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ของพื
นที่
นี
ทํ
าให้
ครั
วเรื
อนขยายตั
วหนาแน่
นขึ
นและกระจายอย่
างรวดเร็
วไปย ั
งพื
นที่
ใกล้
เคี
ยง สํ
าหรั
ชื่
อไม้
เรี
ยง เป็
นชื่
อที่
เรี
ยกกั
นในช่
วง พ.ศ. 2439-2440 โดยมี
เจ้
าหน้
าที่
ฝ่
ายปกครอง ของ
อํ
าเภอฉวางเดิ
นทางมาสํ
ารวจพื
นที่
ผ่
านทุ ่
งนาแถบบ้
านเกาะเหรี
ยง มองเห็
นต้
นไม้
ที่
เกิ
ดขึ
นตาม
ธรรมชาติ
เรี
ยงรายจากชายทุ
งจนยอดภู
เขาศู
นย์
จึ
งเสนอชื่
อ “ไม้
เรี
ยง” เป็
นชื่
อตํ
าบลที่
ประชุ
เห็
นชอบให้
ใช้
ชื่
อไม้
เรี
ยงนั
บตั
งแต่
นั
นเป็
นต้
นมา (ชวน เพชรแก้
ว. 2547 : 6-10)
ความเปลี่
ยนแปลงของชุ
มชนไม้
เรี
ยงครั
งสํ
าคั
ญคื
อ การสร้
างทางรถไฟสายใต้
ซึ
งตั
ผ่
านตํ
าบลไม้
เรี
ยงที่
บ้
านทานพอในสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
หั
ว ชาวบ้
านเป็
แรงงานสํ
าคั
ญในการพู
นทางรถไฟและทํ
าไม้
หมอนรถไฟ แต่
เนื่
องจากชาวบ้
านมี
จํ
านวนน้
อยไม่
พอกั
บงานที่
ดํ
าเนิ
นการอย่
างเร่
งรี
บ การสร้
างทางรถไฟประสบปั
ญหาการขาดแคลนกรรมกร
รั
ฐบาลไทยได้
ว่
าจ้
างกรรมกรจากประเทศจี
นมาสร้
างทางรถไฟจนแล้
วเสร็
จในปี
พ.ศ.2458 เมื่
หมดงานกรรมกรคนงานจี
นส่
วนหนึ
งได้
ตั
งถิ
นฐานทํ
ามาหากิ
นตามบริ
เวณเส้
นทางรถไฟ คื
บ้
านทานพอ ตลาดฉวาง บ้
านนาบอน บ้
านคลองจั
ง และบ้
านส้
อง บางส่
วนก็
ไปทํ
างาน
อุ
ตสาหกรรมเหมื
องแร่
ดี
บุ
กในพื
นที่
อื่
น เช่
น ที่
ภู
เก็
ต เป็
นต้
น การสร้
างทางรถไฟในสมั
ยรั
ชกาล
ที่
5 นอกจากเป็
นการเปิ
ดให้
โลกภายนอกเข้
ามาเกี่
ยวข้
องโดยเฉพาะคนจี
นแล้
วย ั
งทํ
าให้
บ้
านทาน
พอ กลายเป็
นศู
นย์
กลางและการแลกเปลี่
ยนแหล่
งสํ
าคั
ญของตํ
าบลไม้
เรี
ยง อี
กทั
งทํ
าให้
การ
ติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บเมื
องหลวงสะดวกสบายขึ
น ที่
สํ
าคั
ญคื
อ มี
คนไทยเชื
อสายจี
นในพื
นที่
อํ
าเภอ
ฉวาง ตั
งหลั
กแหล่
งทํ
ามาหากิ
นอยู
อย่
างมั ่
งคั
ง มี
ส่
วนสร้
างเสริ
มเศรษฐกิ
จอย่
างสํ
าคั
ญใน
ระยะเวลาต่
อมา
เมื่
อการติ
ดต่
อกั
บโลกภายนอกเป็
นไปอย่
างกว้
างขวาง ทํ
าให้
ประชากรในตํ
าบลไม้
เรี
ยงมี
เพิ
มมากขึ
น พื
นที่
ทํ
ากิ
นมี
อยู
อย่
างจํ
ากั
ด ทํ
าให้
ชาวบ้
านบางกลุ ่
มใช้
การรวมกลุ
มแรงงานใน
หมู
เครื
อญาติ
และเพื่
อนบ้
านใกล้
เคี
ยงเข้
าไปหั
กร้
างถางพงบริ
เวณรอบภู
เขาศู
นย์
เพื่
อทํ
าไร่
ในช่
วง
นี
เองพื
นที่
ป่
าได้
ลดลงอย่
างรวดเร็
ว เป็
นผลให้
สั
ตว์
ป่
า ของป่
า พื
ชสมุ
นไพร พื
ชผั
กที่
เป็
นอาหาร
หาได้
ยากยิ
งขึ
น ประมาณช่
วงปี
พ.ศ.2470 – 2480 ชาวบ้
านตํ
าบลไม้
เรี
ยงเริ
มปลู
กยางพารากั
อย่
างกว้
างขวาง ครั
นเมื่
อเกิ
ดวาตภั
ยที่
รู
จั
กกั
นในนาม “วาตภั
ยแหลมตะลุ
มพุ
ก” ในปี
พ.ศ.2505