56
ปั
จจุ
บั
นไม้
เรี
ยงเป็
นตํ
าบลหนึ
่
งใน 10 ตํ
าบลของอํ
าเภอฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช
ตั
้
งอยู
่
ในพื
้
นที่
ภาคใต้
ตอนบน อยู
่
ตรงกลางระหว่
างฝั
่
งอ่
าวไทยและฝั ่
งอั
นดามั
น ตั
้
งอยู
่
ทางทิ
ศ
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของอํ
าเภอฉวาง ห่
างจากตั
วอํ
าเภอประมาณ 8 กิ
โลเมตร และห่
างจาก
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช ประมาณ 85 กิ
โลเมตร มี
เนื
้
อที่
ประมาณ 22,220. ไร่
พื
้
นที่
ส่
วน
ใหญ่
เป็
นที่
ราบเชิ
งเขา ทั
้
งนี
้
เป็
นพื
้
นที่
ราบประมาณ 13,320 ไร่
และพื
้
นที่
ภู
เขาประมาณ 8,900 ไร่
มี
แม่
นํ
้
าลํ
าธารสายน้
อยใหญ่
หลายสาย ที่
สํ
าคั
ญคื
อมี
แม่
นํ
้
าสายใหญ่
ที่
เป็
นส่
วนหนึ
่
งของแม่
นํ
้
า
ตาปี
มี
ต้
นกํ
าหนดมาจากเทื
อกเขานครศรี
ธรรมราช ซึ
่
งไหลผ่
านชุ
มชนไม้
เรี
ยงไปรวมกั
บแม่
นํ
้
าตาปี
ที่
สุ
ราษฎร์
ธานี
ไม้
เรี
ยงประกอบด้
วย 10 หมู
่
บ้
าน ได้
แก่
บ้
านทุ
่
งไหม้
บ้
านหนอง
หาด บ้
านทานพอ บ้
านทรายแก้
ว บ้
านหนองท่
อม บ้
านหนองม่
วง บ้
านหนองตรุ
ด บ้
านตรอก
ไม้
แดง บ้
านควนนนท์
และบ้
านกั
นละ ในอดี
ตไม้
เรี
ยง เป็
นพื
้
นที่
มี
ทรั
พยากรธรรมชาติ
อั
นอุ
ดม
สมบู
รณ์
มี
ทรั
พยากรป่
าไม้
นานาพรรณที่
ขึ
้
นแน่
นทึ
บโดยเฉพาะบริ
เวณภู
เขาศู
นย์
สั
ตว์
ป่
านานา
ชนิ
ด บริ
เวณและทุ
่
งนาอุ
ดมสมบู
รณ์
ไปด้
วย กุ
้
ง หอย ปู
ปลา ในป่
ามี
ผลไม้
สมุ
นไพร พื
ชผั
ก
นํ
้
าผึ
้
ง ชั
น และของป่
าอื่
น ๆ ย ั
งมี
ทรั
พยากรแร่
วุ
ลแฟรม บริ
เวณเขาศู
นย์
และแร่
อื่
น ๆ เช่
น
ยิ
ปซั
ม ดี
บุ
ก ชุ
มชนไม้
เรี
ยงในอดี
ต ตามตํ
านานพระธาตุ
เมื
องนครศรี
ธรรมราชฉบั
บที่
กรมหมื่
น
พิ
ทยาลงกรณ์
ทรงวิ
นิ
จฉั
ยว่
าแต่
งในสมั
ยพระนารายณ์
มหาราชมี
เรื่
องราวท้
องถิ
่
นบริ
เวณฉวาง
และบริ
เวณรอบเมื
องนครศรี
ธรรมราชว่
าเป็
นกั
ลปนาสํ
าหรั
บการบํ
ารุ
งพระพุ
ทธศาสนา และ
พระบรมธาตุ
“โดยพระราชทานที่
เพื่
อกั
ลปนาที่
มี
สั
ตและเชิ
งกุ
ฎี
ในท้
องที่
ตํ
าบลฝ่
ายพาย ั
พ เมื
อง
นครศรี
ธรรมราช เพื่
อทํ
านุ
บํ
ารุ
งศาสนาโดยมี
หน้
าที่
บํ
ารุ
งวั
ด และสงฆ์
ในพื
้
นที่
ตํ
าบลท่
าชี
วั
ด
พระคู
หา วั
ดลํ
าพู
น ฉวางเมื
องสระ” จากตํ
านานดั
งกล่
าวปรากฏคํ
า “ฉวาง” อยู
่
ด้
วยชุ
มชนนี
้
จึ
ง
น่
าจะเป็
นชุ
มชนเก่
าแก่
มาก่
อนแผ่
นดิ
นพระเจ้
าทรงธรรม เพราะเหตุ
การณ์
ดั
งกล่
าวย ้
อนถึ
ง
เรื่
องราวเมื่
อมหาศั
กราช 1550 ซึ
่
งตรงกั
บ พ.ศ. 2171 ประวั
ติ
ของฉวางที่
มี
การเชื่
อมโยงกั
บ
ภายนอกจึ
งมี
มาตั
้
งแต่
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเป็
นราชธานี
ในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
ปี
จุ
ลศั
กราช 1173
หรื
อ พ.ศ. 2354 อั
นเป็
นรั
ชสมั
ยของพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
ย ทํ
าเนี
ยบราชการ
พื
้
นที่
เมื
องฉวางมี
ฐานะเป็
นแขวงฉวางที่
ท่
าชี
ประกอบด้
วย 4 หั
วเมื
อง คื
อ พิ
ปู
น ละอาย
กะเปี
ยด และช้
างกลาง ครั
้
งสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว ใน ร.ศ. 115-116
หรื
อ พ.ศ. 2439-2440 การปฏิ
รู
ปการปกครองซึ
่
งกระจายอํ
านางการปกครองไปสู
่
หั
วเมื
อง เป็
น
เหตุ
ให้
หั
วเมื
องเหล่
านี
้
ถู
กยุ
บและแยกเป็
นหมู
่
บ้
าน ตํ
าบลต่
าง ๆ ตั
้
งเป็
นอํ
าเภอฉวาง ปรากฎตาม
หลั
กฐานใบบอกของพระยาสุ
ขุ
มนั
ยวิ
นิ
ต ข้
าหลวงเทศาภิ
บาล สํ
าเร็
จราชการมณฑล
นครศรี
ธรรมราช ในรายงานศก 116 ที่
มี
กรมพระหมื่
นดํ
ารงราชานุ
ภาพเกี่
ยวกั
บการแบ่
งแขวง