36
สํ
าหรั
บการเจริ
ญเติ
บโตของเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม ที่
ได้
ขยายตั
วเข้
าไปสู
่
เศรษฐกิ
จชุ
มชนใน
สั
งคมชนบทซึ
่
งได้
มี
งานวิ
จั
ยของนเรศน์
วงศ์
สุ
วรรณ พบว่
า การเจริ
ญเติ
บโตของเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม
ส่
งผลให้
วิ
ถี
ชี
วิ
ตและความเป็
นอยู
่
โดยทั ่
วไปมี
ความทั
นสมั
ยและเป็
นสากลมากขึ
้
น รวมทั
้
งทํ
าให้
โครงสร้
างความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนและกลุ
่
มคนในสั
งคมมี
ความซั
บช้
อนและหลากหลาย ความ
เจริ
ญเติ
บโตและความทั
นสมั
ยทางเศรษฐกิ
จและสั
งคมภายใต้
เงื่
อนไขระบบทุ
นนิ
ยมเกิ
ดควบคู
่
ไป
กั
บความเปลี่
ยนแปลงของชุ
มชน ส่
งผลให้
ประเทศไทยได้
เปลี่
ยนแปลงไปสู
่
ความทั
นสมั
ย พร้
อม
กั
บการเข้
ามาสั
งคมวั
ฒนธรรมตะวั
นตก (นเรศน์
วงศ์
สุ
วรรณ. 2547 : 158-163) ต่
อมาภายหลั
งยุ
ค
จั
กรวรรดิ
นิ
ยมได้
ส่
งผลกระทบต่
อภาคการเกษตรของไทย เนื่
องจากการดํ
าเนิ
นนโยบายของรั
ฐ
ภายใต้
อุ
ดมการณ์
ทุ
นนิ
ยม เมื่
อรั
ฐดํ
าเนิ
นนโยบายการพั
ฒนาประเทศตามแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จ
แห่
งชาติ
ในปี
พ.ศ. 2504 เป็
นต้
นมา รั
ฐได้
ส่
งเสริ
มการพั
ฒนาด้
านเกษตรกรรมด้
วยการใช้
เทคนิ
ค
สมั
ยใหม่
เช่
น ปุ
๋
ย และรถไถเพื่
อเพิ
่
มประสิ
ทธิ
ภาพในการผลิ
ต ความเปลี่
ยนแปลงดั
งกล่
าว ทํ
าให้
ค่
านิ
ยมดั
้
งเดิ
มที่
ส่
งเสริ
มความสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชนเริ
่
มลดลงความเป็
นปั
จเจกชนและค่
านิ
ยมที่
เน้
นวั
ตถุ
ได้
เข้
ามาแทนที่
นอกจากนั
้
นรั
ฐย ั
งหั
นมาใช้
นโยบายการผลิ
ตเพื่
อการส่
งออก ทํ
าให้
อุ
ตสาหกรรม
บางประเภทขยายตั
ว ส่
งผลให้
เกิ
ดการอพยพแรงงานจากภารเกษตรกรรมไปสู
่
ภาคอุ
ตสาหกรรม
ผลที่
ตามมาก็
คื
อ การทํ
างานในโรงงานอุ
ตสาหกรรมกลายเป็
นค่
านิ
ยมเชิ
งอาชี
พ คนรุ ่
นใหม่
ที่
ต้
องการทํ
างานในโรงงานอุ
ตสาหกรรมมากกว่
าเกษตรกรรม
นอกจากการพั
ฒนาทางด้
าน
เกษตรกรรมและอุ
ตสาหกรรม รั
ฐย ั
งได้
ส่
งเสริ
มให้
มี
การพั
ฒนาโครงสร้
างพื
้
นฐานต่
าง ๆ เช่
นถนน
ไฟฟ้
า ทํ
าให้
การขยายตั
วของอุ
ดมการณ์
บริ
โภคนิ
ยมเข้
าสู
่
หมู
่
บ้
านอย่
างรวดเร็
ว ส่
งผลให้
ชาวบ้
าน
ต้
องเร่
งหาเงิ
นตราเพื่
อนํ
ามาใช้
จ่
ายในการซื
้
อสิ
นค้
าฟุ
่
มเฟื
อยมากขึ
้
น เงิ
นเริ
่
มเข้
ามามี
บทบาทสํ
าคั
ญ
ในฐานะเป็
นตั
วชี
้
วั
ดความสํ
าเร็
จของบุ
คคล ในเวลาเดี
ยวกั
นแบบแผนความประพฤติ
ที่
ลอกเลี
ยน
จากวั
ฒนธรรม ตะวั
นตกเริ
่
มได้
รั
บการยอมรั
บและเข้
ามาแทนที่
วั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มของชุ
มชน
ย ั
งผลให้
ขนบธรรมเนี
ยมและประเพณี
อั
นดี
งามของชุ
มชนต้
องถู
กทอดทิ
้
งและเสื่
อมสลายไป
อย่
างไรก็
ตาม การขยายตั
วของรั
ฐที่
มุ
่
งจะพั
ฒนาหมู
่
บ้
านให้
เจริ
ญก้
าวหน้
าได้
เปิ
ดโอกาสให้
กลุ
่
มผู
้
นํ
าเข้
ามาแสวงหาผลประโยชน์
จากโครงการพั
ฒนาต่
าง ๆ ในขณะที่
ชาวบ้
านต้
องกลายเป็
นฐาน
อํ
านาจทางการเมื
องให้
กั
บกลุ
่
มผู
้
นํ
าที่
มี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บพรรคการเมื
องทั
้
งในระดั
บท้
องถิ
่
นและ
ระดั
บชาติ
(กิ
ตติ
พงษ์
เกษมพงษ์
. 2536 : 137-159) ดั
งนั
้
นจึ
งจะเห็
นการเข้
ามาของระบบทุ
นนิ
ยม
ได้
ส่
งผลต่
อระบบเศรษฐกิ
จไทยมาตั
้
งแต่
อดี
ต นโยบายของภาครั
ฐเป็
นปั
จจั
ยอย่
างหนึ
่
งที่
ทํ
าให้
เกิ
ด
การเข้
ามาของระบบทุ
นนิ
ยมในชุ
มชน เกิ
ดปั
ญหาการกระจุ
กตั
วของรายได้
กั
บกลุ
่
มผู
้
มี
อํ
านาจบาง
กลุ ่
มเท่
านั
้
น สํ
าหรั
บสั
งคมเกษตรอย่
างชาวนาไทยได้
รั
บผลกระทบจากการเข้
าของกระแสทุ
นนิ
ยม
ทั
้
งทางตรงและทางอ้
อม โดยเฉพาะได้
ส่
งผลให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมในหลายๆ