Page 45 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

34
ทุ
นแรงและปั
จจั
ยการผลิ
ตใหม่
ๆ มี
การเสื่
อมสลายของระบบการผลิ
ตแบบย ั
งชี
พดั
งเดิ
มเพิ
มหนี
สิ
ในชนบท (วั
ฒนา สุ
กั
ณศี
ล. 2549 : 1) การเข้
ามามี
บทบาทของระบบทุ
นนิ
ยมในสั
งคมไทยนั
นได้
ปรากฏชั
ดเจนขึ
นมาภายหลั
งการทํ
าสนธิ
สั
ญญาเบาริ
งใน พ.ศ. 2398 ระบบเศรษฐกิ
จของสยามได้
เข้
าสู
ระบบทุ
นนิ
ยมลั
กษณะเช่
นนี
ได้
ดํ
าเนิ
นต่
อเนื่
องมาจนถึ
งการเปลี่
ยนแปลงการปกครอง
พ.ศ. 2475 อย่
างไรก็
ตาม ภายหลั
งการเปลี่
ยนแปลงการปกครองนั
น เกิ
ดการแพร่
หลายของ
แนวความคิ
ดที่
เรี
ยกร้
องให้
รั
ฐเข้
ามามี
บทบาททางเศรษฐกิ
จ แต่
ด้
วยเงื่
อนไขของหนั
งสื
อสั
ญญาพระ
ราชไมตรี
ซึ
งเป็
นข้
อจํ
ากั
ดของรั
ฐบาลในระบอบเก่
าตกทอดมาถึ
งระบอบใหม่
ทํ
าให้
รั
ฐบาลใน
ระบอบใหม่
ไม่
สามารถดํ
าเนิ
นการตามแนวความคิ
ดดั
งกล่
าวได้
อย่
างจริ
งจั
ง จนเมื่
อเงื่
อนไข
ดั
งกล่
าวผ่
านพ้
นไปแล้
วรั
ฐบาลจึ
งได้
ดํ
าเนิ
นการตามแนวความคิ
ดที่
มุ ่
งเพิ ่
มบทบาทของรั
ฐในการ
จั
ดการทางเศรษฐกิ
จ อย่
างไรก็
ตาม ได้
ก่
อให้
เกิ
ดปั
ญหาต่
าง ๆ จนทํ
าให้
ต้
องมี
การทบทวนบทบาท
ของรั
ฐในการจั
ดการทางเศรษฐกิ
จ ต่
อมาในช่
วงรั
ฐบาลพลเรื
อนหลั
งสงครามโลกครั
งที่
สอง เมื่
จอมพล ป.พิ
บู
ลสงคราม มี
โอกาสกลั
บมาดํ
ารงตํ
าแหน่
งนายกรั
ฐมนตรี
อี
กครั
งในช่
วง พ.ศ. 2491-2500 ทํ
ให้
แนวความคิ
ดที่
จะให้
รั
ฐมี
บทบาทในการจั
ดการทางเศรษฐกิ
จกลั
บมาอี
กครั
งหนึ
ง บทบาทของ
รั
ฐในการจั
ดการทางเศรษฐกิ
จในช่
วงเวลาดั
งกล่
าวได้
ก่
อให้
เกิ
ดปั
ญหาต่
าง ๆ เช่
น การให้
อภิ
สิ
ทธิ
ผู
กขาดต่
าง ๆ การฉ้
อราษฎร์
บั
งหลวง เป็
นต้
น กลุ
มผู
มี
บทบาทคื
อ ข้
าราชการระดั
บสู
งที่
ทํ
าหน้
าที่
เกี่
ยวกั
บการเงิ
นการคลั
ง ทํ
าให้
เกิ
ดการวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
ส่
งผลให้
จอมพล ป.พิ
บู
ลสงคราม ต้
องปรั
นโยบายให้
สอดคล้
องกั
บการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จแนวทางใหม่
ที่
ส่
งเสริ
มให้
เอกชนเข้
ามามี
บทบาท
ท า ง เ ศ รษฐกิ
จ ก า รพั
ฒน า ท า ง เ ศ รษฐกิ
จ แบบใ หม่
แทนแบบ เ ดิ
มที่
รั
ฐ เ ป็
นผู
กํ
าหนด
(เรื
องวิ
ทย์
ลิ
มปนาท. 2536 : 22-31)
การเข้
ามาของระบบทุ
นนิ
ยมมี
ข้
อดี
ในการพั
ฒนาทางเศรษฐกิ
จที่
รวดเร็
ว ทั
งประชาชน
ย ั
งมี
สิ
ทธิ
เสรี
ภาพมากขึ
น แต่
ในขณะเดี
ยวกั
นได้
เกิ
ดข้
อเสี
ย เนื่
องจากเกิ
ดทํ
าให้
9
เกิ
9
ความเหลื่
อมลํ
ทางเศรษฐกิ
จ ระหว่
างคนรวยและคนจน จนกระทั
งภาวะของทุ
นนิ
ยมได้
ส่
งผลกระทบอย่
าง
ชั
ดเจนต่
อสั
งคมไทยปี
พ.ศ. 2540 เกิ
ดวิ
กฤตเศรษฐกิ
จ และเกิ
ดภาวะทุ
นนิ
ยมฟองสบู
ซึ
งได้
เริ
มก่
เค้
าขึ
นตั
งแต่
ปี
พ.ศ. 2531 จากการที่
มี
เงิ
นทุ
นจากต่
างประเทศเข้
ามาลงทุ
นในประเทศเป็
นจํ
านวน
มาก ผู
ประกอบการ ได้
กํ
าไรจากธุ
รกิ
จอสั
งหาริ
มทรั
พย์
และหลั
กทรั
พย์
มากขึ
น ทํ
าให้
ราคาที่
ดิ
บ้
าน และหลั
กทรั
พย์
แพงขึ
น นโยบายการเปิ
ดเสรี
ทางการเงิ
น การออกกฎหมายทางเศรษฐกิ
จที่
ขาดการพิ
จารณา อย่
างรอบคอบ และการเปิ
ดกิ
จการวิ
เทศธนกิ
จ เปิ
ดโอกาสให้
มี
การกู
เงิ
นจาก
ต่
างประเทศมากขึ
น สถาบั
นการเงิ
นจึ
งให้
สิ
นเชื่
อเพิ ่
มขึ
น ทํ
าให้
เกิ
ดปั
ญหาอุ
ปทานของบ้
านส่
วนเกิ
และประสิ
ทธิ
ภาพ ของทุ
นลดลง ประชาชนบริ
โภคมากกว่
ารายได้
ที่
มี
จึ
งก่
อให้
เกิ
ดหนี
สิ
น และ
หนี
สิ
นต่
อสิ
นทรั
พย์
ของสถาบั
นการเงิ
นมี
ค่
าเพิ
มขึ
น สั
ดส่
วนสิ
นเชื่
อเพื่
อการบริ
โภคส่
วนบุ
คคลต่