33
1. การมี
กรรมสิ
ทธิ
์
ในทรั
พยากร ธุ
รกิ
จเป็
นหน่
วยเศรษฐกิ
จขั
้
นพื
้
นฐาน และเป็
น
เจ้
าของปั
จจั
ยการผลิ
ต ผู
้
เป็
นเจ้
าของมี
เสรี
ภาพเต็
มที่
ในการจั
ดการปั
จจั
ยการผลิ
ตตามความ
เหมาะสม
2. เสรี
ภาพ ผู
้
เป็
นเจ้
าของปั
จจั
ยการผลิ
ตมี
เสรี
ภาพในการเลื
อกประกอบการตามต้
องการ
3. กํ
าไรเป็
นเครื่
องจู
งใจ ผลตอบแทนจากปั
จจั
ยการผลิ
ตคื
อรายได้
รายได้
เพิ
่
มขึ
้
นจึ
ง
เป็
นสิ
่
งจู
งใจให้
มี
การนํ
าปั
จจั
ยการผลิ
ตมาใช้
ประโยชน์
และพยายามหาเทคนิ
คใหม่
ๆ มาใช้
เพื่
อลด
ต้
นทุ
นการผลิ
ตและเพิ
่
มกํ
าไร ส่
วนผู
้
บริ
โภคก็
พยายามเปรี
ยบเที
ยบราคาของสิ
นค้
ากั
บความพอใจ
ของตนเองที่
ได้
จากการบริ
โภคสิ
นค้
านั
้
น
4. ระบบราคา ระบบเศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยมใช้
ราคาเป็
นเกณฑ์
ปั
ญหาพื
้
นฐานทาง
เศรษฐกิ
จ ราคากํ
าหนดโดยอุ
ปสงค์
และอุ
ปทานของสิ
่
งของในตลาด (วั
นรั
กษ์
มิ ่
งมณี
นาคิ
น.2551:17)
เศรษฐกิ
จชุ
มชนและเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม มี
ความแตกต่
างกั
นที่
เศรษฐกิ
จชุ
มชน เป็
น
ระบบเศรษฐกิ
จที่
ชุ
มชนเป็
นผู
้
ผลิ
ต เป็
นผู
้
จํ
าหน่
าย เป็
นผู
้
บริ
โภค
เกิ
ดการจ้
างงานในชุ
มชน บริ
หาร
จั
ดการโดยองค์
กรชุ
มชน
ทุ
กคนมี
ส่
วนร่
วมเป็
นเจ้
าของสามารถตอบสนองความต้
องการของคนใน
ชุ
มชน
การจั
บจ่
ายใช้
สอยเกิ
ดขึ
้
นภายในชุ
มชน มี
การนํ
าปั
จจั
ยการผลิ
ต คน
ทุ
นและสิ
่
งแวดล้
อมมา
ใช้
อย่
างสมดุ
ล
ในส่
วนเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม เป็
นระบบเศรษฐกิ
จที่
ใช้
"ทุ
น" เป็
นใหญ่
ใช้
เงิ
นลงทุ
น
สู
ง บริ
หารจั
ดการกลุ ่
มคน
ผลิ
ตสิ
นค้
าจํ
านวนมากเพื่
อการส่
งออก มุ ่
งเน้
นกํ
าไรสู
งสุ
ด
สํ
าหรั
บการพั
ฒนาเศรษฐกิ
จของไทย ตั
้
งแต่
รั
ฐบาลไทยเริ
่
มใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จ
แห่
งชาติ
(2504) มุ ่
งเน้
นการขยายตั
วของ GDP ทํ
าให้
ฐานทุ
นนิ
ยมของกระแสท้
องถิ
่
น หั
นไปสู
่
กระแสทุ
นนิ
ยมกระแสหลั
กโดยโหมทั
บชุ
มชนชนบทรุ
นแรงขึ
้
นเรื่
อย ๆ จนเปลี่
ยนสิ
นทรั
พย์
อื่
นให้
เป็
นทุ
น (คิ
ดมู
ลค่
าเป็
นตั
วเงิ
น) จนถึ
งที่
สุ
ด ความดี
ความงาม บุ
ญ กุ
ศล ไม่
ใช่
ทุ
นทางสั
งคมต่
อไป
(สุ
ธิ
วงศ์
พงศ์
ไพบู
ลย์
. 2549 : 3) ในระบบทุ
นนิ
ยมใช้
เงิ
นเป็
นมาตรวั
ดทางคุ
ณค่
าต่
าง ๆ ทั
้
งหมด
การได้
ผลตอบแทนทางการเงิ
นคื
นกลั
บมาสู
งสุ
ดกลายเป็
นเป้
าหมายที่
ชั
ดเจนของสั
งคม
(สมเกี
ยรติ
ตั
้
งนโม. สื
บค้
นเมื่
อ 20
พฤศจิ
กายน 2551, จาก http://www.
midnightuniv.
org/univmidnight/newpage15.htm.) ระบบเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยม ได้
ทํ
าให้
เกิ
ดวิ
กฤติ
หลงใหลวั
ตถุ
และใช้
เทคโนโลยี
จากต่
างชาติ
(เอกวิ
ทย์
ณ ถลาง. 2551 : 1) อี
กทั
้
งระบบทุ
นนิ
ยม พั
ฒนาคนไป
เป็
นปั
จเจกบุ
คคล ไม่
ได้
สอดคล้
องความเป็
นมนุ
ษย์
ทํ
าให้
คนขาดศี
ลธรรม ขาดความเป็
นมนุ
ษย์
ไม่
เข้
าใจความหมายเศรษฐกิ
จพอเพี
ยงของพระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู
่
หั
ว (ศรี
ศั
กดิ
์
วั
ลลิ
โภดม. 2551: 5)
เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยมแม้
ว่
าจะได้
เกิ
ดขึ
้
นกั
บสั
งคมภาคอุ
ตสาหกรรมในช่
วงแรก แต่
ขณะเดี
ยวกั
นได้
ส่
งผลกระทบต่
อสั
งคมภาคเกษตรกรรม ที่
ได้
ถู
กนํ
ามาเชื่
อมโยงกั
บเศรษฐกิ
จทุ
น
นิ
ยม ดั
งนั
้
นการที่
เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยมได้
ขยายเข้
าสู
่
สั
งคมชนบทมากขึ
้
น ก่
อให้
เกิ
ดการใช้
เครื่
อง