32
และกระบวนการเรี
ยนรู
้
จึ
งเป็
นสิ ่
งสํ
าคั
ญที่
สุ
ด เพื่
อต่
อสู
้
กั
บกระแสทุ
นนิ
ยมที่
เข้
ามาในสั
งคม ใน
สถานการณ์
การเปลี่
ยนแปลงต่
าง ๆ ในช่
วงที่
ผ่
านมาซึ
่
งได้
เกิ
ดขึ
้
นกั
บชุ
มชนเกษตรที่
เคยมี
บทบาท
กํ
าหนดกิ
จกรรมทางเศรษฐกิ
จจํ
าเป็
นต้
องปรั
บตั
วไปภายใต้
ระบบทุ
นนิ
ยม ปรั
บเปลี่
ยนวิ
ถี
การ
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต สร้
างบรรทั
ดฐานแบบพึ
่
งพาอาศั
ยกั
น (Norms of Reciprocal) สร้
างเครื
อข่
ายระหว่
าง
ชุ
มชน ส่
งเสริ
มและพั
ฒนาศั
กยภาพของชุ
มชน สร้
างวิ
สาหกิ
จชุ
มชน เพื่
อจั
ดการทุ
นในชุ
มชนโดย
ชุ
มชนและเพื่
อชุ
มชน โดยใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาและความคิ
ดสร้
างสรรค์
ของชุ
มชนแบบดั
้
งเดิ
มผสมกั
บ
ความรู
้
สากล ซึ
่
งองค์
ประกอบสํ
าคั
ญที่
เรี
ยกว่
าทุ
นของชุ
มชน ประกอบด้
วยอย่
างน้
อย 4 ประเภท
(เสรี
พงค์
พิ
ศ. 2546 : 98-99) ได้
แก่
1. ทุ
นทางธรรมชาติ
(ความหลากหลายทางชี
วภาพและทรั
พยากร)
2. ทุ
นทางวั
ฒนธรรม (ความรู
้
และภู
มิ
ปั
ญญา)
3. ทุ
นทางสั
งคม (กฎเกณฑ์
ที่
ร้
อยรั
ดผู
้
คนให้
เป็
นชุ
มชน เป็
นพี่
เป็
นน้
อง ไว้
ใจกั
น)
4. ทุ
นโภคทรั
พย์
(ทุ
นสะสม ผลผลิ
ต สร้
างสรรค์
พั
ฒนา)
ดั
งนั
้
นอาจกล่
าวได้
ว่
าเศรษฐกิ
จชุ
มชน เกี่
ยวข้
องกั
บวั
ฒนธรรมชุ
มชน ซึ
่
งเป็
นผลลั
พธ์
มาจากพฤติ
กรรม วิ
ถี
ชี
วิ
ตและภู
มิ
ปั
ญญาของสมาชิ
กในชุ
มชน เป็
นจริ
ยธรรมความดี
งามที่
เต็
ม
เปี่
ยมไปด้
วยความมี
นํ
้
าใจ ซึ
่
งได้
ปรากฏในสั
งคมไทยมาตั
้
งแต่
โบราณกาล
2.4.2 เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยม (Capitalism)
เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยม เศรษฐกิ
จแบบนี
้
มี
ชื่
อเรี
ยกแตกต่
างกั
น อาทิ
ระบบเศรษฐกิ
จ
เสรี
ระบบการตลาด เศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยมเจ้
าของทุ
นหรื
อหน่
วยการผลิ
ต มี
การใช้
แรงงาน
จากภายนอกมาเป็
นปั
จจั
ยการผลิ
ตและขู
ดรี
ดแรงงาน (ซึ
่
งต่
างกั
บเศรษฐกิ
จชุ
มชนที่
ครอบครั
วใช้
แรงงานตนเองและมี
การช่
วยเหลื
อซึ
่
งกั
นและกั
นในชุ
มชน) ระบบทุ
นนิ
ยม คื
อระบบเศรษฐกิ
จ
และสั
งคมที่
ขั
บเคลื่
อนด้
วยพลั
งแห่
งการสะสมทุ
น ปั
จเจกบุ
คคลมี
ความสํ
าคั
ญ คนมี
เสรี
ภาพในการ
เลื
อกและการตั
ดสิ
นใจ ความสั
มพั
นธ์
ทางการผลิ
ตหลั
กในระบบทุ
นนิ
ยม คื
อ ความสั
มพั
นธ์
แบบ
ขายแรงงานแลกเงิ
น นายทุ
นเป็
นเจ้
าของปั
จจั
ยการผลิ
ต ขณะที่
แรงงานขายพลั
งแรงงานของตั
วเอง
ในอั
ตราค่
าจ้
างคงที่
ในกระบวนการผลิ
ตสิ
นค้
า มี
มู
ลค่
าส่
วนเกิ
นเกิ
ดขึ
้
น และตกเป็
นของนายทุ
น
โดยนายทุ
นสามารถใช้
มู
ลค่
าส่
วนเกิ
นในการสะสมทุ
น สํ
าหรั
บระบบทุ
นนิ
ยมจึ
งเป็
นระบบ
เศรษฐกิ
จที่
เปิ
ดให้
เอกชนมี
การแข่
งขั
นทางธุ
รกิ
จอย่
างเสรี
โดยมี
กํ
าไรเป็
นเป้
าหมาย มี
กลไกราคา
เป็
นตั
วกํ
าหนด ลั
กษณะสํ
าคั
ญของเศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยมคื
อ