Page 36 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

25
อาจกล่
าวได้
ว่
าองค์
ประกอบทั
ง 4 ของ POET Model มี
ความสั
มพั
นธ์
ซึ
งกั
นและกั
เป็
นลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
โต้
ตอบ โดยการจั
ดระเบี
ยบ (O) มั
กจะเป็
นตั
วที่
ถู
กนํ
ามาเป็
นผลของ
กระบวนการปรั
บตั
ว จากการที่
ประชากร (P) ในพื
นที่
นั
น ๆ ใช้
เทคโนโลยี
(T) ต่
าง ๆ และแหล่
ทรั
พยากรธรรมชาติ
(E)
แนวคิ
ดดั
งกล่
าวสามารถนํ
ามากํ
าหนดตั
วแปรต่
าง ๆ ในการศึ
กษาวั
ฒนธรรมชาวสวน
ยางพาราท่
ามกลางกระแสทุ
นนิ
ยม กรณี
ศึ
กษาชุ
มชนไม้
เรี
ยง อํ
าเภอฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช
โดยผู
ศึ
กษาได้
นํ
าเอากรอบแนวคิ
ดทางนิ
เวศวิ
ทยาของมนุ
ษย์
ของ ดั
นแมนและสกอร์
(Dunman
and Schore) มาใช้
พิ
จารณาวั
ฒนธรรมของชาวสวนยางพารากั
บสิ ่
งแวดล้
อมต่
าง ๆ ในชุ
มชน ให้
สอดคล้
องกั
บทฤษฎี
กล่
าวคื
P
คื
อ ชาวสวนยางพารา
T
คื
อ เทคโนโลยี
อุ
ปกรณ์
เครื่
องใช้
ต่
าง ๆที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการทํ
าสวนยางพารา
E
คื
สิ ่
งแวดล้
อมทั
งลั
กษณะทางภู
มิ
ศาสตร์
สภาพดิ
น สภาพอากาศ รวมทั
งประเพณี
วั
ฒนธรรมของชุ
มชนชาวสวนยางพารา
O
คื
อ การจั
ดระเบี
ยบ/การปรั
บตั
ว ที่
เกิ
ดขึ
นกั
บชุ
มชนชาวสวนยางพารา เพื่
อความอยู
รอดของชุ
มชนชาวสวนยางพารา
แนวคิ
ดและทฤษฎี
นิ
เวศวิ
ทยามนุ
ษย์
ดั
งกล่
าวได้
มี
งานวิ
จั
ย ที่
สามารถแสดงชี
ให้
เห็
ความสั
มพั
นธ์
สอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดและทฤษฎี
นิ
เวศวิ
ทยามนุ
ษย์
ซึ
งอาจได้
กล่
าวว่
าการเปลี่
ยน
ของระบบนิ
เวศของชุ
มชนนั
นมี
ความเกี่
ยวข้
องกั
บการผลิ
ตและเทคโนโลยี
ที่
นํ
ามาใช้
อาทิ
จาก
การศึ
กษารู
ปแบบและระบบนิ
เวศที่
เกี่
ยวข้
องกั
บทํ
าสวนยางพาราสามารถจํ
าแนกได้
4 รู
ปแบบ คื
1. รู
ปแบบที่
1 ป่
ายาง เป็
นการพั
ฒนารู
ปแบบแรกเมื่
อนํ
ายางพาราเข้
ามาปลู
กใน
ประเทศปลู
กโดยใช้
เมล็
ด ส่
วนมากจะเป็
นพั
นธุ
TJIRL
ซึ
งมี
ต้
นกํ
าเนิ
ดมาจากประเทศอิ
นโดนี
เซี
การปลู
กยางแบบนี
คื
อ จะทํ
าการปลู
กยางแทนป่
าไม้
โดยเฉพาะป่
าบก โดยการโค่
นล้
มพื
ชพั
นธุ
เก่
รวมทั
งไม้
ยื
นต้
นที่
บั
งร่
มเงา แล้
วทํ
าการปลู
กยางโดยเมล็
ด หรื
อต้
นกล้
าเพาะจากเมล็
ด ปลู
กตาม
จุ
ดต่
าง ๆ ภายในพื
นที่
แบบไม่
เป็
นแถวเป็
นแนว ปล่
อยให้
ยางเจริ
ญเติ
บโตแข่
งกั
บพื
ชชนิ
ดอื่
น ๆ
ที่
ปลู
ก เพื่
อการบริ
โภคภายในครั
วเรื
อน เช่
น มั
นเทศ ข้
าว เป็
นต้
น และเมื่
อเกษตรกรเห็
นว่
ายาง
สามารถกรี
ดได้
ก็
ทํ
าการกรี
ด ขณะเดี
ยวกั
บไม้
ยื
นต้
นที่
เห็
นว่
าสามารถใช้
ประโยชน์
ด้
านที่
อยู
อาศั
ได้
ก็
ตั
ดไปทํ
าที่
อยู
อาศั
ย ไม้
ยื
นต้
นที่
ให้
ผล เช่
น สะตอ เนี
ยง ก็
เก็
บไปใช้
ประโยชน์
ด้
านการ
บริ
โภคชาวบ้
านเรี
ยกรู
ปแบบการปลู
กยางแบบนี
ว่
า “ป่
ายาง” ซึ
งเป็
นการปลู
กในระยะเริ
มแรก
พร้
อม ๆ กั
บแสดงความเป็
นเจ้
าของหรื
อกรรมสิ
ทธิ
ในที่
ดิ
นดั
งกล่
าว ซึ
งเดิ
มเป็
นป่
าธรรมชาติ