21
ประการแรก
การเปลี่
ยนแปลงที่
มี
สาเหตุ
มาจากภายในระบบสั
งคม
เกิ
ดขึ
้
นจากการ
ทํ
างานของระบบเองไม่
มี
พลั
งภายนอกเข้
ามาบี
บบั
งคั
บ และตั
วการสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงนี
้
แบ่
งออกได้
เป็
น 2 ประการคื
อ
1. การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
น
การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
น เป็
นการนํ
าเอาเทคนิ
ควิ
ธี
การหรื
อความคิ
ดที่
มี
อยู
่
เดิ
มมาผสมผสาน
กั
บความรู
้
ใหม่
ๆ เป็
นการใช้
ความรู
้
ที่
มี
เป็
นฐานเพื่
อสร้
างสิ
่
งใหม่
ขึ
้
นมา การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
นเป็
น
กระบวนการการเปลี่
ยนแปลงแบบค่
อยเป็
นค่
อยไปมี
การผสมผสานปรั
บปรุ
งอย่
างต่
อเนื่
อง
สามารถแยกย่
อยออกได้
อี
ก 2 ประการ คื
อ ก) การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
นทางวั
ตถุ
อั
นได้
แก่
รถยนต์
โทรทั
ศน์
เครื่
องบิ
น หรื
อเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ต่
าง ๆ ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น และ ข) การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
น
ทางสั
งคม ได้
แก่
การคิ
ดสร้
างกฎหมายใหม่
ๆ ขนบประเพณี
หรื
อธรรมเนี
ยมใหม่
ๆ ลั
ทธิ
ศาสนา
ใหม่
ๆ ฯลฯ ซึ
่
งสิ
่
งเหล่
านี
้
มี
ผลทํ
าให้
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตในสั
งคมนั
้
นเปลี่
ยนแปลงไป
2. การอบรมสั ่
งสอนสมาชิ
กใหม่
ของสั
งคม
การอบรมสั
่
งสอนสมาชิ
กผู
้
เยาว์
ของสั
งคมนี
้
เดิ
มเป็
นหน้
าที่
ของครอบครั
วโดยเฉพาะ
แต่
ในปั
จจุ
บั
นได้
มี
สถาบั
นการศึ
กษารั
บช่
วงมี
ส่
วนร่
วมในการอบรมสั
่
งสอนด้
วย ทั
้
งนี
้
เพราะสภาพ
เศรษฐกิ
จและสั
งคมปั
จจุ
บั
นทํ
าให้
พ่
อแม่
ต้
องออกไปทํ
างานนอกบ้
านเพื่
อหารายได้
เลี
้
ยงครอบครั
ว
มากขึ
้
นส่
งผลให้
ไม่
สามารถเลี
้
ยงดู
อบรมสั
่
งสอนบุ
ตรได้
อย่
างเต็
มที่
ซึ
่
งหากไม่
มี
หน่
วยงานหรื
อ
องค์
กรในสั
งคมเข้
ามารองรั
บช่
วยเหลื
ออาจทํ
าให้
ผู
้
เยาว์
ที่
จะเป็
นสมาชิ
กของสั
งคมขาดความรู
้
ความ
เข้
าใจในวั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มของสั
งคมมี
ผลต่
อพฤติ
กรรมที่
จะเปลี่
ยนแปลงไปได้
ประการที่
สอง
การเปลี่
ยนแปลงที่
มี
สาเหตุ
มาจากภายนอกระบบสั
งคม
เป็
นการ
เปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดจากการติ
ดต่
อปะทะสั
งสรรค์
กั
นระหว่
างชุ
มชน อั
นเป็
นกระบวนการที่
มี
ทั
้
งการ
ให้
และการรั
บทางวั
ฒนธรรมของแต่
ละชุ
มชนสั
งคมที่
เข้
ามาติ
ดต่
อร่
วมกั
น การเปลี่
ยนแปลงจาก
สาเหตุ
นี
้
ปรากฏให้
เห็
นในหลายรู
ปแบบ สามารถจํ
าแนกออกได้
เป็
น 2 ประการ คื
อ การ
แพร่
กระจาย และการยื
มทางวั
ฒนธรรม
1.การแพร่
กระจาย
หมายถึ
ง การที่
วั
ฒนธรรมจากสั
งคมหนึ
่
งกระจายไปสู
่
สั
งคมอื่
น การ
แพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรมมี
ทั
้
งในด้
านวั
ตถุ
และที่
ไม่
ใช่
วั
ตถุ
ซึ
่
งการที่
วั
ฒนธรรมแตกต่
างกั
นมา
ปะทะกั
นจะเกิ
ดการเปรี
ยบเที
ยบ ส่
งผลให้
วั
ฒนธรรมที่
เด่
นแล้
วมี
คนยอมรั
บจะสามารถแผ่
กระจาย
ออกไปเพราะเมื่
อคนส่
วนใหญ่
เห็
นว่
าดี
ก็
จะรั
บเอามาปฏิ
บั
ติ
โดยเฉพาะวั
ฒนธรรมทางด้
านวั
ตถุ
นั
้
น
ง่
ายกว่
าวั
ฒนธรรมที่
ไม่
ใช่
วั
ตถุ
โดยเฉพาะการสื่
อสารการคมนาคมที่
สะดวกรวดเร็
วในปั
จจุ
บั
นมี
ส่
วนช่
วยทํ
าให้
การแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรมเป็
นไปอย่
างรวดเร็
วยิ
่
งขึ
้
น
เช่
น
ทํ
าให้
ชาวบ้
านต้
อง