16
ทุ
นทางสั
งคมของชุ
มชน ทั
้
งภู
มิ
ปั
ญญาตลอดจนทรั
พยากรต่
างๆ เพื่
อปรั
บสถานการณ์
ใหม่
ในการ
ผลิ
ตของชุ
มชน
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บชุ
มชนที่
กล่
าวมาแล้
ว ทํ
าให้
เห็
นได้
ว่
าชุ
มชนเป็
นกลุ ่
มก้
อนที่
มี
ศั
กยภาพสู
ง
มี
การจั
ดระเบี
ยบ มี
กระบวนการเรี
ยนรู
้
การผลิ
ตที่
เหมาะสม ขณะเดี
ยวกั
นชุ
มชนในชนบทนั
้
นได้
มี
การปรั
บเปลี่
ยนกระบวนการผลิ
ตและการเรี
ยนรู
้
ตลอดเวลา ทั
้
งจากจากภู
มิ
ปั
ญญาและความรู
้
ของ
สมาชิ
กในชุ
มชน และเปิ
ดรั
บการเปลี่
ยนแปลงจากภายนอกชุ
มชน
ตามแนวทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
เชื่
อว่
าการที่
สั
งคมดํ
ารงอยู
่
ก็
ถื
อได้
ว่
ามี
การปรั
บตั
วรั
บ
สภาพปั
ญหาต่
าง ๆ เป็
นเงื่
อนไขเบื
้
องต้
นของการอยู
่
รอดของระบบสั
งคมนั
้
นๆอยู
่
แล้
ว หากไม่
มี
การ
ปรั
บตั
วหรื
อปรั
บตั
วไม่
ได้
สั
งคมนั
้
นๆ จะไม่
สามารถดํ
ารงต่
อไปหรื
อไม่
อาจอยู
่
รอดต่
อไปได้
สั
งคมเป็
นระบบที่
ซั
บซ้
อนระบบหนึ
่
ง ที่
มี
องค์
ประกอบต่
าง ๆ หลายส่
วนทํ
างานร่
วมกั
นจนเกิ
ด
ความมี
เสถี
ยรภาพ ตามแนวทฤษฎี
นี
้
มี
องค์
ประกอบของทฤษฎี
2 ส่
วน (Macionis.1993 : 17-18) คื
อ
1.โครงสร้
างสั
งคม เป็
นรู
ปแบบอั
นถาวรที่
เกิ
ดจากความสั
มพั
นธ์
ของพฤติ
กรรมทาง
สั
งคม เช่
น วิ
ถี
ชี
วิ
ตภายในครอบครั
วและระบบเศรษฐกิ
จ เป็
นรู
ปแบบของโครงสร้
างทางสั
งคม
ประเภทหนึ
่
ง ที่
เกิ
ดจากพฤติ
กรรมทางสั
งคมโดยความร่
วมมื
อระหว่
างกั
นในครอบครั
วจนเกิ
ดเป็
น
ระบบการผลิ
ต การบริ
โภค การจํ
าแนกแจกจ่
าย และการบริ
การที่
มี
ขนาดใหญ่
มี
ความเกี่
ยวพั
น
ระหว่
างกั
นทั ่
วทั
้
งสั
งคม
2.หน้
าที่
ทางสั
งคม เป็
นส่
วนที่
ทํ
าหน้
าที่
เชื่
อมโครงสร้
างสั
งคมแต่
ละส่
วนเข้
าด้
วยกั
น ทํ
า
ให้
สั
งคมทั
้
งระบบเกิ
ดการประสานงานและทํ
างานร่
วมกั
น
การศึ
กษาปรากฏการณ์
ทางสั
งคมของชุ
มชนภายใต้
การเปลี่
ยนแปลงของระบบ
โครงสร้
างทางสั
งคม เป็
นแนวทางหนึ
่
งที่
อยู
่
ในความหมายและการศึ
กษาของนั
กสั
งคมวิ
ทยามี
การ
เชื่
อมโยงปรากฏการณ์
ดั
งกล่
าว โดย พาร์
สั
นส์
(Parsons) ได้
พั
ฒนาทฤษฎี
นี
้
ให้
มี
อํ
านาจอธิ
บาย
ชั
ดเจนยิ
่
งขึ
้
น ด้
วยการมองว่
าสั
งคมเป็
นระบบอั
นหนึ
่
ง ระบบนี
้
จํ
าเป็
นจะต้
องอยู
่
ต่
อไป แม้
ว่
าตั
ว
บุ
คคลจะมี
การเปลี่
ยนแปลงเสมอเนื่
องจากกฎธรรมชาติ
ของการเกิ
ด แก่
เจ็
บ ตาย แต่
สั
งคมต้
อง
ดํ
ารงอยู
่
ต่
อไปได้
(สุ
ภางค์
จั
นทวานิ
ช. 2551 : 164-170) โดยสั
งคมจะต้
องมี
โครงสร้
างเพื่
อทํ
า
หน้
าที่
สํ
าคั
ญต่
าง ๆ ในสั
งคม เหมื
อนร่
างกายของมนุ
ษย์
จะมี
ชี
วิ
ตอยู
่
ได้
ก็
ต้
องมี
อวั
ยวะทํ
าหน้
าที่
ต่
างๆ
ที่
จํ
าเป็
นต่
อมี
ชี
วิ
ตอยู
่
หน้
าที่
หรื
อความสํ
าคั
ญของสั
งคมก็
มี
เช่
นจะต้
องผลิ
ตอาหารและมี
ของ
เครื่
องใช้
ต่
าง ๆ จะต้
องมี
การให้
กํ
าเนิ
ดและอบรมสมาชิ
กใหม่
ที่
จะมาแทนสมาชิ
กเก่
าจะต้
องมี
การ
มอบอํ
านาจการปกครองให้
บางคนเป็
นผู
้
ใช้
จะต้
องมี
การควบคุ
มพฤติ
กรรมของบุ
คคลไม่
ให้
เป็
น
อั
นตรายต่
อความสงบสุ
ขส่
วนร่
วม จะต้
องมี
การแบ่
งปั
นทรั
พย์
สิ
นในสั
งคมระหว่
างคนที่
มี
อาชี
พ
และฐานะต่
าง ๆ กั
น ฯลฯ และหน้
าที่
เหล่
านี
้
เป็
นความจํ
าเป็
นของสั
งคมที่
จะต้
องสร้
างสถาบั
นที่
มี