185
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช จากการไปศึ
กษาในครั
้
งนั
้
นทํ
าให้
ได้
เรี
ยนรู
้
วิ
ธี
การผลิ
ตยางที่
มี
คุ
ณภาพ
โดยพบว่
าการผลิ
ตยางพาราที่
มี
คุ
ณภาพได้
ต้
องมี
เครื่
องมื
อในการผลิ
ตที่
ทั
นสมั
ยและมี
คุ
ณภาพจึ
ง
จะสามารถสามารถผลิ
ตยางได้
อย่
างมี
คุ
ณภาพและได้
ในปริ
มาณมากขึ
้
นด้
วย แต่
การเริ ่
มต้
นเรื่
อง
ดั
งกล่
าวเป็
นเรื่
องยากเพราะการนํ
าเครื่
องมื
อมาใช้
ต้
องมี
การลงทุ
นสู
ง ลํ
าพั
งเพี
ยงผู
้
นํ
าชุ
มชนไม่
กี่
คนนั
้
นไม่
สามารถจะทํ
าได้
การดํ
าเนิ
นการต้
องอาศั
ยความร่
วมมื
อจากคนในชุ
มชนด้
วยจึ
งจะ
ประสบความสํ
าเร็
จ กลุ
่
มผู
้
นํ
าชุ
มชนได้
ขยายความคิ
ดนี
้
กั
บชาวบ้
าน โดยได้
นํ
าสิ
่
งที่
เรี
ยนรู
้
จาก
การศึ
กษาดู
งานทั
้
ง 2 แห่
ง มาเสวนาเพื่
อหาข้
อสรุ
ปร่
วมกั
น เมื่
อชุ
มชนมี
ความคิ
ดร่
วมกั
นที่
จะผลิ
ต
ยางพาราที่
มี
คุ
ณภาพ ดั
งนั
้
นชุ
มชนจะต้
องสร้
างโรงงานแปรรู
ปยางพาราของชุ
มชนเอง โดยการ
ทํ
างานในโรงงานจะต้
องอาศั
ยแรงงานจากชาวบ้
านหมุ
นเวี
ยนกั
นไปเข้
ามาทํ
างานในโรงงาน
การขยายความคิ
ดนี
้
ไปสู
่
ชาวบ้
านต้
องใช้
เวลานั
บปี
ชาวบ้
านจึ
งเริ
่
มเข้
าใจและเห็
น
ด้
วยที่
จะร่
วมกั
นผลิ
ตยางที่
มี
คุ
ณภาพ
ด้
วยการสร้
างโรงงานแปรรู
ปยางพารา ขณะที่
การ
ดํ
าเนิ
นการดั
งกล่
าวมี
แนวโน้
มว่
าจะดํ
าเนิ
นไปอย่
างราบรื่
นแต่
เมื่
อศึ
กษาเกี่
ยวกั
บต้
นทุ
นของ
โรงงานและต้
นทุ
นการผลิ
ตก็
พบปั
ญหาว่
าโรงงานที่
มี
กํ
าลั
งการผลิ
ตได้
10 ตั
นต่
อวั
นตามต้
นแบบ
ที่
ดู
งานมานั
้
น ต้
องใช้
งบประมาณสู
งถึ
ง 11 ล้
านบาท ซึ
่
งชุ
มชนไม้
เรี
ยงไม่
มี
เงิ
นเพี
ยงพอ กลุ
่
มแกน
นํ
าจึ
งต้
องมาร่
วมคิ
ดกั
นอี
กครั
้
งหนึ
่
งและพบว่
ามี
ทางออกคื
อต้
องสร้
างโรงงานขนาดที่
มี
กํ
าลั
งการ
ผลิ
ตลดลงมา โดยใช้
ทุ
นในชุ
มชนเอง ทุ
กคนจึ
งได้
ช่
วยกั
นเผยแพร่
ความคิ
ดและระดมทุ
น ซึ
่
ง
การดํ
าเนิ
นการดั
งกล่
าวนั
้
นส่
วนใหญ่
แต่
ละคนจะกระจายกั
นเพื่
อแนะนํ
าแก่
ญาติ
พี่
น้
องเครื
อญาติ
ที่
รู
้
จั
กสนิ
ทสนมกั
นเป็
นเบื
้
องต้
นก่
อน แล้
วค่
อยขยายไปสู
่
เพื่
อนบ้
านคนอื่
น ๆ ที่
สนใจเพื่
อให้
เข้
า
ร่
วมเป็
นสมาชิ
ก ในที่
สุ
ดสามารถรวบรวมสมาชิ
กในชุ
มชนได้
37 คน มี
จํ
านวนหุ
้
น 20,000 หุ
้
น
ราคาหุ
้
นละ 50 บาท รวมเป็
นเงิ
น 1,000,000 บาท ในการดํ
าเนิ
นงานได้
นํ
าระบบของสหกรณ์
เข้
า
มาใช้
มี
การระดมทุ
นและหาแนวทางเกี่
ยวกั
บระบบการจั
ดการเพื่
อรองรั
บโรงงานที่
เกิ
ดขึ
้
นใน
อนาคต ซึ
่
งได้
ข้
อสรุ
ปร่
วมกั
นว่
าต้
องจดทะเบี
ยนจั
ดตั
้
งเป็
น “กลุ ่
มเกษตรกร” จุ
ดเปลี่
ยนดั
งกล่
าว
นั
บเป็
นอี
กก้
าวหนึ
่
งที่
สํ
าคั
ญของการพั
ฒนาชุ
มชนไม้
เรี
ยงในการวางแผนการสร้
างโรงงานแปรรู
ป
ยางพารา หลั
งจากนั
้
นทางกลุ
่
มได้
ติ
ดต่
อขอจดทะเบี
ยนต่
อจั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช แต่
เกษตร
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราชในขณะนั
้
น เห็
นว่
ากลุ
่
มเกษตรกรต่
าง ๆ ของจั
งหวั
ดซึ
่
งตั
้
งขึ
้
นแล้
วมี
จํ
านวนมากถึ
ง 126 กลุ
่
ม โดยกลุ
่
มที่
เคยจดทะเบี
ยนไว้
ก่
อนหน้
านั
้
นส่
วนใหญ่
เลิ
กกิ
จการไปเกื
อบ
หมดแล้
ว จั
งหวั
ดจึ
งไม่
อยากให้
กลุ
่
มเกษตรกรทํ
าสวนไม้
เรี
ยงจดทะเบี
ยนอี
กเพราะคิ
ดว่
าจะต้
อง
ประสบความล้
มเหลวอย่
างแน่
นอน เกษตรจั
งหวั
ดได้
พยายามชี
้
แจงเหตุ
ผลต่
อผู
้
นํ
ากลุ ่
มให้
ล้
มเลิ
ก
ความคิ
ดในการจดทะเบี
ยนตั
้
งกลุ ่
มฯ แต่
ทางกลุ
่
ม ฯ ย ั
งคงยื
นย ั
นที่
จะจดทะเบี
ยนเพื่
อตั
้
งจั
ดกลุ ่
มฯ
ให้
ได้
แกนนํ
ากลุ
่
ม ฯ ได้
เข้
าพบผู
้
ว่
าราชการจั
งหวั
ดใน นายเอนก สิ
ทธิ
ประศาสน์
พร้
อมกั
บได้