183
มี
อิ
ทธิ
พลในการตั
ดสิ
นใจต่
อการประกอบอาชี
พของชาวบ้
านด้
วยการหั
นมาปลู
กพื
ชเชิ
งเดี่
ยว
คื
อยางพาราเป็
นหลั
ก ที่
ต่
อมากลายเป็
นพื
ชเศรษฐกิ
จสํ
าคั
ญในการกํ
าหนดวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชุ
มชนไม้
เรี
ยงและชุ
มชนอื่
นในภาคใต้
ส่
งผลให้
ชาวสวนเป็
นผู
้
ได้
รั
บผลกระทบโดยตรง มี
ความเสี่
ยง
แทบทุ
กด้
านตั
้
งแต่
ความไม่
แน่
นอนของดิ
นฟ้
าอากาศ คื
อ ฝนตก ฝนแล้
ง การผลั
ดใบของต้
น
ยางที่
ทํ
าให้
ชาวสวนต้
องหยุ
ดกรี
ดยาง ความเสี่
ยงด้
านราคาขึ
้
นลงในแต่
ละช่
วง ความเสี่
ยงต่
อการ
เอารั
ดเอาเปรี
ยบของพ่
อค้
าคนกลางในการกํ
าหนดราคา และอื่
น ๆ เช่
น ถู
กโกงตาชั ่
ง ถู
กหั
ก
ความชื
้
น ถู
กหั
กความไม่
สะอาด และคุ
ณภาพของแผ่
นยาง
จากสภาพดั
งกล่
าวส่
งผลทํ
าให้
ชาวบ้
านในชุ
มชนไม้
เรี
ยงต้
องร่
วมกั
นคิ
ดหาทางออก
โดยในช่
วงประมาณปี
พ.ศ. 2527 ซึ
่
งขณะนั
้
นราคายางพาราค่
อนข้
างตํ
่
าคื
อกิ
โลกรั
มละประมาณ
15-20 บาท กลุ
่
มชาวบ้
านที่
ทํ
าสวนยางพาราได้
ประชุ
มปรึ
กษาหารื
อกั
นเพื่
อหาทางแก้
ปั
ญหา
ดั
งกล่
าว คุ
ณประยงค์
รณรงค์
ล่
าให้
ฟั
งว่
า “การแก้
ปั
ญหาเรื่
องราคายาง ที่
ส่
งผลต่
อรายได้
นั
้
น
การที่
ชาวสวนยางพาราราส่
วนใหญ่
พยายามที่
จะให้
ได้
เงิ
นมาเพี
ยงอย่
างเดี
ยว ด้
วยการทํ
าสวนยาง
อย่
างเดี
ยวแล้
วเปลี่
ยนยางให้
เป็
นเงิ
น เมื่
อเงิ
นที่
ได้
ใช้
หมดไปในที่
สุ
ดหาเท่
าไหร่
ก็
ไม่
พอ ชาวสวน
ย ั
งจนเหมื
อนเดิ
ม จึ
งกลั
บมาคิ
ดว่
าลู
่
ทาง ที่
สามารถแก้
ปั
ญหาเกี่
ยวกั
บเรื่
องเงิ
นไม่
พอใช้
นั
้
นมี
อยู
่
หลายทาง ไม่
ใช่
ทํ
าให้
รายได้
เพิ
่
มอย่
างเดี
ยวแต่
ต้
องทํ
าให้
รายจ่
ายลดลงแม้
รายได้
จะเท่
าเดิ
ม เมื่
อมี
การลดรายจ่
ายในครั
วเรื
อนลงก็
ทํ
าให้
มี
ส่
วนเหลื
อเก็
บจึ
งเป็
นสิ
่
งที่
สํ
าคั
ญ”
ภาพที่
12 ภาพผู
้
นํ
าชุ
มชน (ประยงค์
รณรงค์
)
ถ่
ายเมื่
อวั
นที่
19 มกราคม พ.ศ. 2553
1
ประยงค์
รณรงค์
(ผู
้
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
้
สั
มภาษณ์
), หมู
่
ที่
9 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง อํ
าเภอ
ฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
19 มกราคม พ.ศ. 2553