Page 172 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

156
3. ชาวสวนยางพารากั
บการเข้
าร่
วมในการแลกเปลี่
ยนในระบบเศรษฐกิ
จแบบทุ
นนิ
ยม
เมื่
อชุ
มชนเริ
มให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการแลกเปลี่
ยนด้
วยตั
วเงิ
นผ่
านระบบตลาด
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชุ
มชนกั
บระบบเศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยมเป็
นไปตามหลั
กการสากลของอุ
ดมการณ์
ในระบบนี
เช่
น กํ
าไร มู
ลค่
าในการแลกเปลี่
ยน ส่
วนเกิ
น อุ
ปสงค์
อุ
ปทาน เป็
นต้
น ซึ
งเป็
บรรทั
ดฐานของความสั
มพั
นธ์
แบบใหม่
ที่
เกิ
ดขึ
นในชุ
มชนและกํ
าลั
งเข้
ามาแทนที่
บรรทั
ดฐานของ
การแลกเปลี่
ยนแบบแบ่
งปั
นเพื่
อความพอเพี
ยงของทั
งสองฝ่
าย แต่
อย่
างไรก็
ตามในระยะของการ
เปลี่
ยนผ่
านนี
ชุ
มชนย ั
งไม่
รู
สึ
กว่
าถู
กเอารั
ดเอาเปรี
ยบหรื
อถู
กขู
ดรี
ดจากกระบวนการแลกเปลี่
ยนแต่
ประการใด เพราะในอี
กด้
านหนึ
งชุ
มชนย ั
งมี
ความพอเพี
ยงจากการผลิ
ตที่
พึ
งพิ
งธรรมชาติ
อั
นเกิ
จาก ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ในชุ
มชน อี
กทั
งความสั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จภายในชุ
มชน โดยเฉพาะ
อย่
างยิ ่
ง กลไกหลั
ก ๆ เช่
นวั
ฒนธรรมของการช่
วยเหลื
อแรงงานซึ
งเป็
นความสั
มพั
นธ์
ในการผลิ
ย ั
งพึ
งพากั
นในชุ
มชน ในช่
วงนี
จึ
งไม่
ได้
รั
บผลกระทบจากอิ
ทธิ
พลของระบบทุ
นนิ
ยม มากนั
ความสั
มพั
นธ์
ในการแลกเปลี่
ยนภายในชุ
มชนก็
ย ั
งคงมี
การแบ่
งปั
นกั
น เอื
อเฟื
อกั
น แม้
ว่
าการ
แลกเปลี่
ยนระหว่
างชุ
มชนกั
บชุ
มชนจะเริ
มลดความสํ
าคั
ญลง เนื่
องจากรู
ปแบบของการแลกเปลี่
ยน
เริ ่
มมี
แนวโน้
มที่
เปลี่
ยนแปลงไปสู
การแลกเปลี่
ยนผ่
านระบบตลาดมากขึ
น และชุ
มชนมี
ความ
ต้
องการสิ
นค้
าจากตลาดมากขึ
นกว่
าเดิ
อย่
างไรก็
ตามในระยะนี
อิ
ทธิ
พลของระบบทุ
นนิ
ยม ได้
ก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงขึ
ในมิ
ติ
ของการแลกเปลี่
ยน โดยที่
ชุ
มชนเริ
มเปลี่
ยนเป้
าประสงค์
จากความพอเพี
ยงในการบริ
โภค
เป็
นความต้
องการทางด้
านวั
ตถุ
ที่
จะมาอํ
านวยความสะดวกสบายให้
กั
บตั
วเอง โดยสามารถใช้
ตั
เงิ
นในการแลกเปลี่
ยนต่
าง ๆ การเปลี่
ยนแปลงดั
งกล่
าวก็
เป็
นจุ
ดเริ
มต้
นของความเปลี่
ยนแปลงที่
มี
นั
ยที่
สํ
าคั
ญยิ
งต่
อการผนวกชุ
มชนเข้
าสู
ระบบเศรษฐกิ
จเพื่
อการค้
า จิ
ตสํ
านึ
กความเป็
นทุ
นนิ
ยมได้
เริ
มก่
อตั
วขึ
นในมิ
ติ
ต่
าง ๆ ซึ
งเริ ่
มมี
ความเข้
มแข็
งมากขึ
นเรื่
อย ๆ และเป็
นปั
จจั
ยให้
ชุ
มชนยอมรั
และเข้
าร่
วมในวิ
ถี
การผลิ
ตเพื่
อการค้
าในเวลานี
เป็
นอย่
างมาก
จากการสั
มภาษณ์
ชาวบ้
าน ปราโมทย์
จิ
ราภรณ์
ซึ
งได้
เล่
าให้
ฟั
งว่
“การปลู
กยางตอน
นั
นก็
ไม่
ต้
องใช้
เวลามากนั
ก หากจะปลู
กยางแต่
ละบ้
านไม่
ต้
องถางป่
าเองเหมื
อนเมื่
อก่
อน เพี
ยงมี
1
ปราโมทย์
จิ
ราภรณ์
(ผู
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
สั
มภาษณ์
), หมู
ที่
9 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง
อํ
าเภอฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
17 มกราคม พ.ศ. 2553.