140
ในส่
วนของการปลู
กข้
าวนาปี
ของชุ
มชนไม้
เรี
ยงต้
องพึ
่
งพิ
งธรรมชาติ
เพราะ
เป็
นการทํ
านานํ
้
าฝน และจะนิ
ยมทํ
านาดํ
า เพราะการทํ
านาดํ
าการเจริ
ญเติ
บโตของต้
นข้
าวจะ
สมํ
่
าเสมอกั
น และให้
ผลผลิ
ตสู
ง โดยอาศั
ยแรงงานในครั
วเรื
อนช่
วยกั
นดํ
า พั
นธุ
์
ข้
าวที่
ปลู
กมี
ไม่
กี่
ชนิ
ด เช่
นข้
าวเล็
บนก ข้
าวลู
กหนอน ข้
าวช่
อไม้
ไผ่
ส่
วนใหญ่
จะเป็
นพั
นธุ
์
ข้
าวเล็
บนก ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
น
พั
นธุ
์
พื
้
นเมื
องที่
เป็
นที่
นิ
ยมบริ
โภคของชาวใต้
เนื่
องจากเป็
นข้
าวเจ้
าที่
ไม่
แข็
งและอ่
อนเกิ
นไป ใน
ส่
วนข้
าวเหนี
ยวนั
้
นส่
วนใหญ่
จะทํ
าเป็
นข้
าวไร่
บ้
างเพี
ยงเล็
กน้
อยไม่
นิ
ยมทํ
านาข้
าวเหนี
ยว เพราะ
ข้
าวเหนี
ยวชาวใต้
ส่
วนใหญ่
จะเอามาทํ
าขนมมากว่
าการบริ
โภคเป็
นอาหารหลั
ก การทํ
าข้
าวนาปี
ระหว่
างนาที่
อยู
่
ในพื
้
นที่
ที่
ลุ ่
มกั
บนาที่
ดอนจะแตกต่
างกั
น เพราะปริ
มาณนํ
้
ามากน้
อยแตกต่
างกั
น
มี
การใช้
พั
นธุ
์
ข้
าวที่
เรี
ยกว่
าข้
าวหนั
กข้
าวเบาแตกต่
างไปตามเงื่
อนไขของธรรมชาติ
โดยพั
นธุ
์
ข้
าว
เบาจะเหมาะสํ
าหรั
บนาที่
เป็
นที่
ดอน เช่
น ข้
าวสั
งหยด เพราะไม่
ต้
องการนํ
้
ามากเหมื
อนข้
าวหนั
ก
ข้
าวหนั
กจะปลู
กที่
ลุ
่
มและมี
อายุ
การเก็
บเกี่
ยวนานกว่
า การเลื
อกปลู
กข้
าวจึ
งปรั
บตามความ
เหมาะสมของสภาพพื
้
นที่
และสอดคล้
องกั
บการคาดคะเนเกี่
ยวกั
บปริ
มาณนํ
้
าฝน ระยะเวลาใน
การเพาะปลู
กจนกระทั ่
งเกี่
ยวผลผลิ
ตแตกต่
างกั
นระหว่
างข้
าวหนั
กกั
บข้
าวเบา โดยข้
าวเบาจะใช้
เวลาเร็
วกว่
าคื
อข้
าวเบาจะใช้
เวลาประมาณ 3-4 เดื
อน ส่
วนข้
าวหนั
ก ประมาณ 6-7 เดื
อน แต่
ละ
ครั
วเรื
อนจะปลู
กข้
าวในขนาดการผลิ
ตที่
แรงงานในครั
วเรื
อนสามารถทํ
าได้
ไม่
เกิ
นกํ
าลั
ง คื
อ ทํ
า
การเพาะปลู
กในพื
้
นที่
ประมาณ 5 - 6 ไร่
ชาวบ้
านส่
วนใหญ่
จะใช้
แรงงานในครั
วเรื
อนดู
แลทุ
ก
ขั
้
นตอนตั
้
งแต่
การไถ การหว่
านต้
นข้
าวในนา การดายหญ้
าออกจากคั
นนา การชั
กนํ
้
าเข้
านา การ
ตกแต่
งคั
นนา(ฟั
นหั
วนา) หรื
อการเก็
บเกี่
ยวข้
าว อาจจะมี
เพื่
อนบ้
านจะหมุ
นเวี
ยนกั
นไปเพื่
อ
ช่
วยเหลื
อแรงงานซึ
่
งกั
นและกั
นบ้
างในบางครั
้
ง การเก็
บเกี่
ยวข้
าวทั
้
งข้
าวไร่
และข้
าวนา ชาวไม้
เรี
ยงนิ
ยมเก็
บด้
วยแกะ เป็
นการเก็
บมื
อ ข้
าวที่
เก็
บเรี
ยกเป็
นกํ
ามื
อ หรื
อเลี
ยง เลี
ยงจะมี
ขนาดใหญ่
เท่
ากั
บ 2 กํ
ามื
อ เมื่
อเก็
บเกี่
ยวแล้
วต้
องตากไว้
ตามคั
นนาให้
แห้
ง แล้
วจึ
งนํ
ามาเก็
บไว้
ที่
เรื
อนข้
าว
หรื
อโรงข้
าว ซึ
่
งมั
กจะปลู
กไว้
บริ
เวณบ้
าน เมื่
อต้
องการบริ
โภค จะนวดข้
าวด้
วยเท้
าฝั
ดข้
าวด้
วย
กระด้
ง ใส่
ครกตํ
าหรื
อนํ
าไปสี
โรงสี
ในหมู
่
บ้
าน พิ
น โรมา
เล่
าให้
ฟั
งว่
า “เมื่
อสี
ข้
าวมาครั
้
งแรก
นิ
ยมเอาไปถวายพระที่
วั
ด หรื
อใครสี
ก่
อนก็
จะเอาไปให้
เพื่
อนบ้
านหุ
งด้
วย ยิ
่
งถ้
าเปลี่
ยนพั
นธุ
์
ข้
าว
1
พิ
น โรมา(ผู
้
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
้
สั
มภาษณ์
), หมู
่
ที่
8 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง อํ
าเภอฉวาง
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
17 มกราคม พ.ศ. 2553.