Page 102 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

86
ชุ
มชน และในช่
วงหลั
งตั
งแต่
หลั
งสงครามโลกครั
งที่
2 (พ.ศ. 2484) เป็
นต้
นว่
า โครงสร้
างทาง
สั
งคมเริ ่
มมี
ความซั
บซ้
อนมากขึ
นส่
งผลให้
คนในชุ
มชนทุ
กคนไม่
สามารถดํ
ารงชี
วิ
ตอยู
ได้
ด้
วย
ตนเองตามลํ
าพั
ง จํ
าต้
องพึ
งพาอาศั
ยกั
น ต้
องอาศั
ยกฎกติ
กาที่
สมาชิ
กร่
วมกั
นกํ
าหนดขึ
นมาด้
วย
การสร้
างบรรทั
ดฐานของชุ
มชน ทั
งมี
การสร้
างเครื
อข่
ายความสั
มพั
นธ์
ให้
สมาชิ
กทํ
ากิ
จกรรมต่
าง ๆ
ร่
วมกั
น ผนึ
กกํ
าลั
งกั
นดํ
าเนิ
นกิ
จกรรมต่
าง ๆ นํ
าไปสู
การพั
ฒนาเพื่
อสร้
างความเข้
มแข็
งและเสริ
ศั
กยภาพของชุ
มชน ลั
กษณะของที่
อยู
อาศั
ยเปลี่
ยนไปมากจากบ้
านยกพื
นสู
งเป็
นบ้
านเรื
อนชั
เดี
ยวมี
ขนาดกะทั
ดรั
ด ขนาดพอดี
สํ
าหรั
บครอบครั
ว มี
ห้
องนอนเดี
ยว มี
ห้
องเอนกประสงค์
ไว้
พั
กผ่
อนดู
โทรทั
ศน์
รั
บแขก และหากครอบครั
วใดมี
ลู
กสาวที่
โตแล้
วก็
จะมี
การกั
นห้
องเพิ
ม และ
เป็
นที่
น่
าสั
งเกตว่
าขนาดของบ้
านเรื
อนนั
นจะเป็
นสั
ญลั
กษณ์
อย่
างหนึ
งที่
แสดงถึ
งฐานะของผู
อยู
อาศั
ย วั
สดุ
ที่
นํ
ามาทํ
าบ้
านเรื
อนมั
กจะใช้
อิ
ฐ ปู
น คอนกรี
ต เป็
นพื
นและผนั
ง มี
บ้
างที่
เป็
นลั
กษณะ
บ้
านครึ
งปู
นครึ
งไม้
ซึ
งวั
สดุ
ต่
าง ๆ ซื
อหาได้
จากในท้
องถิ
นบริ
เวณนั
น การปลู
กบ้
านมั
กจะช่
วยกั
โดยการ “ออกปาก” หรื
อไม่
ก็
จ้
างช่
างเพื่
อนบ้
านในละแวกเดี
ยวกั
น ซึ
งเห็
นได้
ว่
าการปลู
กสร้
าง
บ้
านเรื
อนเปลี่
ยนแปลงไปตามสมั
ยนิ
ยมและสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
สุ
พรรณี
สุ
ดเสน่
ห์
ได้
เล่
าให้
ฟั
งว่
า ในอดี
ตจะเป็
นบ้
านที่
กั
นด้
วยไม้
ไผ่
สานมุ ่
งด้
วยจาก ยกเสาสู
ง มี
ใต้
ถุ
น เปลี่
ยนเป็
บ้
านไม้
ทั
งหลั
ง แต่
ย ั
งยกเสาสู
งอยู
ต่
อมาก็
เปลี่
ยนเป็
นบ้
านสองชั
นครึ
งไม้
ครึ
งปู
สภาพและขนาดของครอบครั
สภาพทางครอบครั
วของชุ
มชนไม้
เรี
ยงในช่
วงเวลานี
ครอบครั
วของชาวสวนยางพารา
ในไม้
เรี
ยงเป็
นครั
วเรื
อนขนาดใหญ่
มี
การอยู
ร่
วมกั
นระหว่
างสมาชิ
กในเรื
อนญาติ
มี
ทั
งปู
-ย่
า ตา-ยาย
พี่
ป้
า น้
า อา ทํ
าหน้
าที่
ช่
วยเหลื
อซึ
งกั
นและกั
น ทั
งการอบรมเลี
ยงดู
บุ
ตรหลานและการใช้
แรงงาน
ในการทํ
ากิ
จกรรมทางการเกษตรอื่
น ๆ รวมทั
งสวนยางพารา เนื่
องจากในขณะนั
นการใช้
แรงงาน
โดยเฉพาะกิ
จกรรมทางการเกษตรต้
องอาศั
ยแรงงานคนและแรงงานสั
ตว์
เป็
นสํ
าคั
ญ การที่
จะ
สามารถทํ
าการเกษตรได้
ในพื
นที่
จํ
านวนเท่
าไรขึ
นอยู
กั
บแรงงานในครั
วเรื
อนเป็
นหลั
ก ทํ
าให้
แต่
ละครั
วเรื
อนนิ
ยมมี
บุ
ตรมาก โดยแต่
ละครั
วเรื
อนมั
กจะมี
บุ
ตรไม่
ตํ
ากว่
า 5 คน แต่
อย่
างไรก็
ตาม
แม้
ว่
าแต่
ละครั
วเรื
อนจะมี
บุ
ตรมากแต่
อั
ตราการมี
ชี
วิ
ตรอดจนโตเข้
าสู
วั
ยแรงงานค่
อนข้
างตํ
เนื่
องจากโรคภั
ยไข้
เจ็
บที่
เกิ
ดขึ
นกั
บเด็
กมี
มากและรั
กษาไม่
ทั
น รวมทั
งโรคและ อั
นตรายจากสั
ตว์
ต่
าง ๆ มี
สู
ง จํ
านวนสมาชิ
กในครอบครั
วเฉลี่
ยแล้
วในขณะนั
นมี
ครั
วเรื
อนละประมาณ 7-11 คน
ถึ
งแม้
จะมี
สมาชิ
กอยู
รวมกั
นในครอบครั
วเป็
นจํ
านวนมากก็
ไม่
ได้
ทํ
าให้
สภาพความเป็
นอยู
มี
ความ
เดื
อดร้
อนมากนั
ก ทั
งในด้
านของอาหารการกิ
นและด้
านอื่
นๆ เนื่
องจากสามารถหาจากธรรมชาติ
ได้
ไม่
ยากนั
ก เพราะสิ ่
งของที่
มี
อยู
ตามธรรมชาติ
ย ั
งมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
และมี
อยู
อย่
างเหลื
อเฟื
อจึ
ไม่
มี
ความเดื
อดร้
อนมากนั