ศึ
กษาประเพณี
การแต
งงานแบบดั้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล :
กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
๓๒
ลงไปในนํ
้
าใหม่
เป็
นครั
้
งที่
๒ ประพรมคู
่
บ่
าวสาวเช่
นเดิ
ม แล้
วฟาดทะลายหมากเบาๆ เข้
ากั
บมุ
มม้
านั ่
งยาว
ด้
านเจ้
าสาวบ้
างจุ
่
มแล้
วประพรม ประพรมแล้
วฟาดสลั
บมุ
มเช่
นนี
้
จนครบมุ
มละ ๓ ครั
้
ง แล้
วโยน
ดอกหมากทิ
้
ง
เสร็
จการประพรมนํ
้
าก็
ถึ
งการทํ
า “ปลื
อป๊
ะห์
” คื
อ การสะเดาะเคราะห์
โดยใช้
ใบมะพร้
าว ๑ ใบ ดึ
ง
ก้
านใบทิ
้
งเพื่
อแยกเป็
น ๒ ซี
ก นํ
ามาขดและสอดสานให้
เกี่
ยวพั
นกั
นหลวมๆ ให้
มี
ปลายโผล่
ออกมาทั
้
งสอง
ข้
าง ซึ
่
งดู
ภายนอกจะรู
้
สึ
กว่
า ถ้
าดึ
งหรื
อกระตุ
กปลายที่
โผล่
ออกมาทั
้
ง ๒ ข้
างแล้
วคงกระชั
บการสอดสานให้
แน่
นเข้
า แต่
ความจริ
งถ้
าดึ
งหรื
อกระตุ
กส่
วนที่
สอดสานนี
้
จะแยกตั
วหลุ
ดออกจากกั
น ลั
กษณะคล้
ายเงื่
อน
กระตุ
กนั ่
นเอง เมื่
อได้
ชิ
้
นส่
วนซึ
่
งสอดสานกั
นเสร็
จแล้
ว หญิ
งผู
้
ทํ
า “ปลื
อป๊
ะห์
” ก็
จั
บชิ
้
นส่
วนนั
้
นแตะลงใน
แป้
งซึ
่
งละลายนํ
้
าเตรี
ยมไว้
แตะหน้
าผาก เจ้
าบ่
าวเจ้
าสาวตามลํ
าดั
บคนละครั
้
ง จากนั
้
นก็
จั
บปลายชิ
้
นส่
วน
ทั
้
งสองข้
าง ข้
างละมื
อถื
อไว้
พร้
อมกั
บกล่
าวว่
า “ปลื
อป๊
ะห์
” การออกเสี
ยงคํ
าว่
า “ปลื
อป๊
ะห์
” นั
้
นเป็
นไปใน
ลั
กษณะคํ
าถาม ฝ่
ายพวกผู
้
ร่
วมพิ
ธี
ซึ
่
งนั ่
งอยู
่
ณ ที่
นั
้
น ทุ
กคนต้
องกล่
าวในลั
กษณะคํ
าตอบว่
า “ปลื
อป๊
ะห์
”
เช่
นกั
น การกล่
าวในลั
กษณะถาม-ตอบ เช่
นกั
น และเมื่
อจบเสี
ยงตอบครั
้
งสุ
ดท้
ายทั
้
งผู
้
ทํ
าพิ
ธี
และผู
้
ร่
วมพิ
ธี
ทุ
กคนต้
องออกเสี
ยงถ่
มถุ
ยว่
า “ถุ
ย” ดั
งๆ ทั
นที
พร้
อมกั
บผู
้
ทํ
าพิ
ธี
จะกระชากปลายชิ
้
นส่
วนที่
ทํ
า “ปลื
อป๊
ะห์
”
ใบมะพร้
าวที่
สอดสานก็
หลุ
ดแยกตั
วออกจากกั
น และถู
กโยทิ
้
งไปเป็
นอั
นเสร็
จพิ
ธี
เจ้
าบ่
าวและเจ้
าสาว
ผลั
ดเปลี่
ยนเครื่
องแต่
งกายและแยกตั
วออกห่
างจากกั
นโดยเจ้
าสาวเข้
าห้
องหรื
อเข้
าครั
วต่
อไปตามเดิ
ม
๘. มะนู
งู
(เฝ้
า)
ดั
งได้
กล่
าวแล้
วแต่
ตอนต้
นว่
า ขบวนแห่
เจ้
าบ่
าวมาถึ
งบ้
านเจ้
าสาวตอนหั
วคํ
่
า ฉะนั
้
นพิ
ธี
ต่
างๆ
นั
บตั
้
งแต่
การกิ
นสมางั
ต การอาบนํ
้
าชํ
าระมลทิ
น การสะเดาะเคราะห์
ก็
อยู
่
ในช่
วงเวลากลางคื
น ซึ
่
งเป็
นช่
วง
ของการกิ
นเลี
้
ยงย ั
งคงดํ
าเนิ
นไปตามปกติ
หากแต่
ดู
ค่
อยๆ บางตาไปตามลํ
าดั
บ
นอกจากแขกเหรื่
อทยอยกั
นกลั
บแล้
ว พวกที่
แห่
ขบวนนํ
าเจ้
าบ่
าวมาและพวกญาติ
พี่
น้
องของฝ่
าย
หญิ
งที่
มาร่
วมงานก็
ทยอยกั
นกลั
บบ้
านด้
วยเช่
นกั
น คงทิ
้
งไว้
แต่
เจ้
าบ่
าวกั
บคนเฝ้
า ๑ หรื
อ ๒ คน นั ่
งสนทนา
ปราศรั
ยกั
บพ่
อตาแม่
ยาย ตามลํ
าพั
ง คนเฝ้
าเจ้
าบ่
าวเรี
ยกว่
า “มะนู
งู
” ซึ
่
งเปรี
ยบเสมื
อนพี่
เลี
้
ยงของเจ้
าบ่
าว
นั ่
นเอง
ตกดึ
กได้
เวลาสมควรแก่
การพั
กผ่
อนหลั
บนอน แม่
ของเจ้
าสาวซึ
่
งตอนนี
้
เปลี่
ยนฐานะเป็
นแม่
ยาย
ไปแล้
ว กล่
าวกั
บเจ้
าบ่
าวผู
้
เปลี่
ยนฐานะเป็
นลู
กเขยว่
า “เข้
านอนได้
แล้
วนะลู
ก” เป็
นคํ
ากล่
าวที่
แฝงด้
วยความ
ปราณี
แต่
เข้
าทํ
านองชี
้
โพรงให้
กระรอก ซึ
่
งลู
กเขยก็
ปฏิ
บั
ติ
ตามโดยมุ
่
งตรงไปสู
่
ห้
องเจ้
าสาวมิ
ชั
กช้
า สํ
าหรั
บ
“มะนู
งู
” ผู
้
พี่
เลี
้
ยงนั
้
นก็
พั
กผ่
อนหลั
บนอนอยู
่
นอกห้
องเช่
นเดี
ยวกั
บผู
้
เป็
นพ่
อตาแม่
ยาย
ภายในห้
องซึ
่
งเป็
นห้
องเดี
ยวกั
บเจ้
าบ่
าวเจ้
าสาวกิ
นสมางั
ตนั ่
นเอง แคร่
ตั
วที่
ใช้
นั
่
งย ั
งคงตั
้
งอยู
่
ตามเดิ
ม จะแตกต่
างไปบ้
างก็
ตรงที่
บนแคร่
นั
้
นถู
กแบ่
งความยาวเป็
นสองซี
ก โดยใช้
หมอนข้
างกั
้
น ซี
กหนึ
่
ง
เจ้
าสาวจะนอนอยู
่
ก่
อนแล้
วคงเหลื
อไว้
สํ
าหรั
บเจ้
าบ่
าวอี
กซี
กหนึ
่
ง