ศึ
กษาประเพณี
การแต
งงานแบบดั้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล :
กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
๙
หลั
กวิ
ธี
การทํ
างานของข้
าราชการใน "การบริ
หารราชการแบบมี
ส่
วนร่
วม"
รั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พุ
ทธศั
กราช 2540 ได้
มี
บทบั
ญญั
ติ
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการประสาน
ประโยชน์
ให้
แก่
ทุ
กมิ
ติ
ของสั
งคม ได้
แก่
ปั
จเจกบุ
คคล กลุ
่
มบุ
คคล ชุ
มชน ท้
องถิ ่
น องค์
กรปกครองส่
วน
ท้
องถิ ่
น และธุ
รกิ
จเอกชน สิ ่
งเหล่
านี
้
เป็
นเสมื
อนแรงกดดั
นที่
ภาครั
ฐต้
องปรั
บเปลี่
ยนวิ
ธี
การทํ
างานให้
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ต้
องคํ
านึ
งถึ
งศั
กดิ
์
ศรี
ความเป็
นมนุ
ษย์
และสิ
ทธิ
เสรี
ภาพของประชาชนและความเสมอภาค
รั
กษาประโยชน์
ส่
วนรวม อํ
านวยความสะดวก และบริ
การประชาชน ดั
งนั
้
น หลั
กและวิ
ธี
การทํ
างานของ
ข้
าราชการยุ
คใหม่
ต้
องเปิ
ดระบบราชการให้
ประชาชนเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมมากที่
สุ
ด ซึ
่
งมี
คุ
ณลั
กษณะดั
งนี
้
๑.
มี
การทํ
างานที่
มุ
่
งผลสั
มฤทธิ
์
เพื่
อส่
วนรวมและประโยชน์
ของประชาชนเป็
นที่
ตั
้
ง
๒.
เคารพในสิ
ทธิ
เสรี
ภาพของประชาชน
๓.
เปิ
ดโอกาสให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมในกระบวนการทํ
างานอย่
างเหมาะสม
๔.
มี
ความพร้
อมรั
บผิ
ด สามารถตรวจสอบได้
๕.
มี
การทํ
างานที่
รวดเร็
ว โปร่
งใส มี
กลไกการควบคุ
มคุ
ณภาพและมาตรฐานการให้
บริ
การที่
ชั
ดเจน
๖.
ปรั
บเปลี่
ยนอุ
ดมการณ์
ที่
ยึ
ดติ
ดกั
บระบบอุ
ปถั
มภ์
ไปสู
่
ระบบคุ
ณธรรม
๗. การมี
ส่
วนร่
วมในการดํ
าเนิ
นงานของภาคราชการที่
มาจากทุ
กภาคส่
วนของสั
งคม โดยเฉพาะ
อย่
างยิ ่
ง ประชาชนผู
้
มี
ส่
วนได้
ส่
วนเสี
ย และชุ
มชนท้
องถิ
่
น จะช่
วยทํ
าให้
เจ้
าหน้
าที่
ของรั
ฐมี
ความใกล้
ชิ
ดกั
บ
ประชาชนได้
รั
บทราบความต้
องการและปั
ญหาที่
แท้
จริ
ง ลดความขั
ดแย ้
งและต่
อต้
าน ทั
้
งย ั
งเป็
นการสร้
าง
สั
งคมแห่
งการเรี
ยนรู
้
ที่
เสริ
มสร้
างให้
ประชาชน ร่
วมคิ
ด ร่
วมตั
ดสิ
นใจในประเด็
นสาธารณะ ซึ
่
งเป็
น
บทบาทที่
หน่
วยงานภาคราชการจะต้
องดํ
าเนิ
นการให้
เกิ
ดขึ
้
น
๘. การบริ
หารราชการแบบมี
ส่
วนร่
วมที่
เปิ
ดโอกาสให้
ประชาชนและเครื
อข่
ายภาคประชาสั
งคม
ทุ
กภาคส่
วนเข้
ามาเป็
นหุ
้
นส่
วน จะประสบความสํ
าเร็
จหรื
อไม่
นั
้
น ขึ
้
นอยู
่
กั
บหน่
วยงานราชการต่
าง ๆ จะ
สนั
บสนุ
นให้
เกิ
ดการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชนมากน้
อยเพี
ยงใด รวมทั
้
งต้
องอาศั
ยกระบวนการความ
ร่
วมมื
อและการมี
ส่
วนร่
วมของทุ
กฝ่
ายในสั
งคมที่
เป็
นพั
นธมิ
ตรของภาคราชการ ซึ
่
งถึ
งเวลาแล้
วที่
ภาค
ราชการจะต้
องร่
วมมื
อกั
นเปิ
ดระบบราชการให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วม เพื่
อทํ
าให้
เกิ
ดการบริ
หารกิ
จการ
บ้
านเมื
องที่
ดี
เกิ
ดการแบ่
งสรรทรั
พยากรอย่
างยุ
ติ
ธรรม และลดความขั
ดแย ้
งในสั
งคม และที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ด คื
อ
การสร้
างกลไกของการพั
ฒนาระบบราชการที่
ย ั
่
งยื
น เพื่
อประโยชน์
สุ
ขของประชาชนนั
่
นเอง
กระบวนการทํ
างานแบบมี
ส่
วนร่
วมนั
้
นเป็
นสิ
่
งที่
มี
ความสํ
าคั
ญต่
อระบบการทํ
างานในทุ
กหน่
วยงาน
หรื
อองค์
กรต่
างๆ ซึ
่
งถื
อว่
าการทํ
างานแบบมี
ส่
วนร่
วมเป็
นสิ ่
งจํ
าเป็
นที่
จะช่
วยผลั
กดั
นให้
งานบั
งเกิ
ด
ประสิ
ทธิ
ผล โดยเฉพาะอย่
างยิ
่
งการดํ
าเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ถื
อว่
าเป็
นงานที่
จะต้
องมี
ส่
วนเกี่
ยวข้
องกั
บ
ชุ
มชน เพราะวั
ฒนธรรมเป็
นไม่
ใช่
เป็
นของบุ
คคลใดบุ
คคลหนึ
่
งแต่
ทุ
กคนเป็
นเจ้
าของวั
ฒนธรรมร่
วมกั
น