Page 11 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ศึ
กษาประเพณี
การแต
งงานแบบดั้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล :
กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
เป็
นการมี
ส่
วนร่
วมอย่
างแท้
จริ
ง (meaningful participations) ไม่
วางระบบไว้
ให้
ดู
เหมื
อนว่
าได้
จั
กระบวนการให้
มี
ส่
วนร่
วมแล้
วเท่
านั
ถ้
าการตั
ดสิ
นใจที่
เกิ
ดจากการมี
ส่
วนร่
วมมี
ความสมเหตุ
สมผลและชอบธรรมก็
ต้
องนํ
าไปปฏิ
บั
ติ
แต่
ถ้
าผู
มี
อํ
านาจเห็
นว่
าการตั
ดสิ
นใจนั
นไม่
เหมาะสม ขั
ดกั
บการตั
ดสิ
นของการมี
ส่
วนร่
วม ก็
จะต้
องอธิ
บาย
ได้
โดยมี
มาตรฐานแห่
งความชอบธรรมที่
จะเลื
อกตั
ดสิ
นใจเช่
นนั
น โดยที่
สั
งคมส่
วนใหญ่
ยอมรั
บได้
ถ้
าเห็
นว่
าการตั
ดสิ
นใจนั
นอาจมี
ผลกระทบต่
อผู
มี
ส่
วนได้
ส่
วนเสี
ยก็
ควรจะต้
องมี
“การ
ปรึ
กษาหารื
อ” ก็
ถื
อว่
ามี
ส่
วนร่
วมในระดั
บที่
สู
งขึ
นมาอี
กเล็
กน้
อย คื
อได้
รั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นก่
อนตั
ดสิ
นใจ
วิ
ธี
การที่
มั
กจะหยิ
บขึ
นมาทํ
ากั
นบ่
อยๆในระดั
บนี
คื
อ “การทํ
าประชาพิ
จารณ์
” หรื
อ “การรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
ของประชาชน” ต้
องเน้
นย ํ
าว่
ากระบวนการรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นของผู
มี
ส่
วนได้
ส่
วนเสี
ย จะต้
องทํ
าตั
งแต่
เริ
คิ
ดและตระหนั
กถึ
งปั
ญหา (ไม่
ใช่
ทํ
าเมื่
อได้
ตั
ดสิ
นใจไปแล้
วและได้
รั
บการประท้
วง) เช่
น ตระหนั
กว่
ามี
ปั
ญหาเรื่
องจํ
านวนขยะที่
เพิ
มขึ
น มี
ความจํ
าเป็
นที่
จะต้
องหาที่
ทิ
งขยะ จึ
งจั
ดการให้
คนมามี
ส่
วนร่
วมเพื่
อคิ
หาวิ
ธี
แก้
ปั
ญหาร่
วมกั
น กระบวนการมี
ตั
งแต่
จั
ดเวที
คุ
ยกั
นในกลุ
มเล็
ก เคาะประตู
บ้
าน ใช้
แบบสอบถาม
แล้
วประมวลข้
อมู
ลเพื่
อนํ
าเสนอต่
อผู
มี
อํ
านาจเพื่
อตั
ดสิ
นใจ การตั
ดสิ
นใจก็
ต้
องฟั
งประเด็
นต่
างๆ พิ
จารณา
ทุ
กประเด็
น และตอบคํ
าถามให้
ได้
ทุ
กประเด็
น การตั
ดสิ
นใจต้
องมี
คุ
ณธรรมและเป็
นที่
ยอมรั
บได้
หากไม่
ทํ
ากระบวนการมี
ส่
วนร่
วมเหล่
านี
แต่
มาทํ
าเพี
ยงวิ
ธี
การรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นอย่
างเป็
นทางการครั
งเดี
ยวหรื
สองครั
ง ก็
จะเกิ
ดเป็
นปั
ญหา เพราะกลายเป็
นเวที
ที่
แต่
ละฝ่
าย คื
อ ฝ่
ายสนั
บสนุ
นและฝ่
ายค้
านมาแสดงจุ
ดยื
ตอกย ํ
าความเห็
นด้
วยและไม่
เห็
นด้
วย มายื
นย ั
นว่
าฉั
นถู
ก เธอผิ
ด เวที
นี
จึ
งมั
กจะไม่
เหมาะที่
จะเป็
นเวที
แห่
การมาพู
ดคุ
ยกั
หากมี
ข้
อขั
ดแย ้
งกั
นมาก การปรึ
กษาหารื
อหรื
อการรั
บฟั
งความคิ
ดเห็
นเฉยๆจะไม่
เหมาะสม
จํ
าเป็
นต้
องใช้
กระบวนการมี
ส่
วนร่
วมที่
ระดั
บสู
งกว่
า คื
อการร่
วมเจรจาหาข้
อยุ
ติ
(negotiation) หรื
อ เจรจา
โดยมี
คนกลางกํ
ากั
บกระบวนการ (mediation) คนกลางที่
มากํ
ากั
บกระบวนการจะต้
องไม่
ใช่
ผู
ที่
มี
อํ
านาจ
หน้
าที่
ในการตั
ดสิ
นใจ ผู
ที่
จะทํ
าหน้
าที่
ตั
ดสิ
นใจคื
อผู
มี
ส่
วนได้
ส่
วนเสี
ยทั
งหลายหรื
อคู
เจรจา หาทางออกที่
ดี
ที่
สุ
ดโดยกระบวนเรี
ยนรู
ร่
วมกั
นจนทุ
กๆฝ่
ายพอใจ
ส่
วนกระบวนการมี
ส่
วนร่
วมระดั
บสู
งสุ
ดคื
อการลงประชามติ
นั
น แม้
จะดู
ดี
ที่
แต่
ละคนสามารถลง
มติ
แต่
ละคนที
ละคนได้
แต่
การลงมติ
ลงได้
เพี
ยง “ใช่
” หรื
อ “ไม่
ใช่
” หรื
อ “เอา” หรื
อ “ไม่
เอา” อาจจะยิ ่
ก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย ้
ง ความแตกแยกขึ
นอี
ก ถ้
าสั
งคมย ั
งไม่
เข้
าใจกระบวนการประชาธิ
ปไตยอย่
างแท้
จริ
“กระบวนการมี
ส่
วนร่
วม” เป็
นกระบวนการที่
จะกระจายอํ
านาจจากผู
มี
อํ
านาจที่
แต่
เดิ
มมั
กจะใช้
อํ
านาจเหนื
อ (power over หรื
อ power against) ตามทฤษฎี
ผู
มี
อํ
านาจจะชอบที่
จะใช้
อํ
านาจเหนื
อ เช่
น แม่
ซึ
งมี
อํ
านาจมากกว่
าลู
ก ก็
มั
กจะใช้
อํ
านาจเหนื
อลู
ก สั
งให้
ลู
กกลั
บบ้
านก่
อนคํ
า มาถึ
งวั
นหนึ
งลู
กซึ
งโตขึ
นมา
เป็
นหนุ ่
มเป็
นสาวแล้
ว ก็
จะขอกลั
บบ้
านดึ
ก เพราะจะไปงานวั
นเกิ
ดเพื่
อน แม่
ก็
ย ั
งใช้
อํ
านาจเหนื
อให้
กลั
บ้
านภายในหกโมงเย็
น ถามว่
าลู
กสาวจะย ั
งเชื่
อและปฏิ
บั
ติ
ตามไหม ตามทฤษฎี
แล้
ว หากผู
มี
อํ
านาจยิ
งใช้