Page 10 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ศึ
กษาประเพณี
การแต
งงานแบบดั้
งเดิ
มของชาวมุ
สลิ
มในจั
งหวั
ดสตู
ล :
กรณี
ศึ
กษา “เบิ
รซั
นดิ
ง”
บทที่
การทบทวนวรรณกรรมที่
เกี่
ยวข้
อง
กระบวนการทํ
างานแบบมี
ส่
วนร่
วม (participation)
การมี
ส่
วนร่
วมก่
อให้
เกิ
ดผลดี
ต่
อการขั
บเคลื่
อนองค์
กรหรื
อเครื
อข่
าย เพราะมี
ผลในทางจิ
ตวิ
ทยา
เป็
นอย่
างยิ
ง กล่
าวคื
อผู
ที่
เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมย่
อมเกิ
ดความภาคภู
มิ
ใจที่
ได้
เป็
นส่
วนหนึ
งของการบริ
หาร ความ
คิ
ดเห็
นถู
กรั
บฟั
งและนํ
าไปปฏิ
บั
ติ
เพื่
อการพั
ฒนาเครื
อข่
าย และที่
สํ
าคั
ญผู
ที่
มี
ส่
วนร่
วมจะมี
ความรู
สึ
กเป็
เจ้
าของเครื
อข่
าย ความรู
สึ
กเป็
นเจ้
าของจะเป็
นพลั
งในการขั
บเคลื่
อนเครื
อข่
ายที่
ดี
ที่
สุ
ผลดี
ต่
อการบริ
หารจั
ดการเครื
อข่
าย
๑. ทํ
าให้
การบริ
หารหรื
อการพิ
จารณาแนวทางในการแก้
ปั
ญหามี
ความหลากหลายเป็
นไปอย่
างถี่
ถ้
วน รอบคอบ เพราะเป็
นการระดมแนวคิ
ด จากบุ
คคลที่
มี
ความหลากหลาย ทั
งความรอบรู
และ
ประสบการณ์
๒. ทํ
าให้
มี
การถ่
วงดุ
ลอํ
านาจซึ
งกั
นและกั
น โดยมิ
ให้
บุ
คคลใดบุ
คคลหนึ
งมี
อํ
านาจมากเกิ
นไป ซึ
อาจนํ
าไปสู
การใช้
อํ
านาจในทางที่
ไม่
ถู
กต้
องอั
นเกิ
ดผลเสี
ยหายแก่
เครื
อข่
ายได้
๓. เป็
นการขจั
ดปั
ญหา มิ
ให้
การดํ
าเนิ
นนโยบายใด ๆ มี
ผลต่
อกลุ
มใดกลุ ่
มหนึ
งมากหรื
อน้
อย
เกิ
นไป ซึ
งจะก่
อให้
เกิ
ดความยุ
ติ
ธรรมในการดํ
าเนิ
นการต่
อทุ
กฝ่
ายได้
๔. ก่
อให้
เกิ
ดการประสานงานที่
ดี
ทํ
าให้
การบริ
หารเครื
อข่
ายเป็
นไปอย่
างราบรื่
นและมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ขอความร่
วมมื
อง่
าย
๕. การรวมตั
วกั
นของบุ
คคลเป็
นเครื
อข่
ายจะก่
อให้
เกิ
ดพลั
งที่
เข้
มแข็
ง สามารถขั
บเคลื่
อน
กิ
จกรรมให้
เป็
นไปตามวั
ตถุ
ประสงค์
และตรงเป้
าหมาย โดยทุ
กคนมี
ความรู
สึ
กเป็
นเจ้
าของ
หลั
กการมี
ส่
วนร่
วม
หลั
กของการมี
ส่
วนร่
วม ในความหมายของการบริ
หารจั
ดการจะมี
ความเชื่
อมโยงอย่
างใกล้
ชิ
ดกั
“การตั
ดสิ
นใจ” นั
นคื
อ การมี
ส่
วนร่
วม จะนํ
าไปสู
การตั
ดสิ
นใจอย่
างมี
คุ
ณค่
าและอย่
างชอบธรรม และต้
อง