๑๕
แสดงออกทางอารมณ์
ที
่
ปรากฏในหั
ตถกรรมจั
กสานยั
งสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งนิ
สั
ยใจคอของชุ
มชนเจ้
าของ
ผลิ
ตภั
ณฑ์
นั
้
นด้
วย
๓.๒ การแสดงออกเชิ
งศิ
ลปะ (Art expression) หั
ตถกรรมจั
กสานเป็
นสื
่
อ (Media)
ในการแสดงออกทางศิ
ลปะอย่
างหนึ
่
งของช่
างจั
กสานพื
้
นบ้
านแต่
มี
ข้
อจํ
ากั
ดเฉพาะหั
ตถกรรมจั
กสาน
บางชนิ
ดบางชิ
้
นเท่
านั
้
น เพราะหั
ตถกรรมจั
กสานบางชนิ
ดบางชิ
้
นมิ
ได้
เป็
นงานศิ
ลปหั
ตถกรรม แต่
เป็
นเพี
ยงงานหั
ตถกรรมหรื
อเครื
่
องมื
อเครื
่
องใช้
ธรรมดาๆ ดั
งนั
้
น การศึ
กษาคุ
ณค่
าของการ
แสดงออกในเชิ
งศิ
ลปะจึ
งจํ
าเป็
นต้
องจํ
ากั
ดอยู
่
ในหั
ตถกรรมจั
กสานที
่
เป็
นงานศิ
ลปหั
ตถกรรมมากกว่
า
เครื
่
องมื
อเครื
่
องใช้
ทั
่
วไป การแสดงออกเชิ
งศิ
ลปะที
่
ปรากฏในหั
ตถกรรมจั
กสานนั
้
นเป็
นลั
กษณะของ
นามธรรมที
่
มี
รู
ปทรง โครงสร้
าง ลวดลาย และวั
สดุ
เป็
นสื
่
อดั
งจะพบในหั
ตถกรรมจั
กสานหลายชนิ
ด
ที
่
มี
ความสมบู
รณ์
ลงตั
วในเชิ
งศิ
ลปะ
๓.๓ คุ
ณค่
าที
่
เกิ
ดจากเอกลั
กษณ์
และลั
กษณะเฉพาะถิ่
น (Local Characteristics)
การสร้
างหั
ตถกรรมจั
กสานในท้
องถิ่
นต่
างๆ ย่
อมมี
วิ
ธี
การและการเลื
อกใช้
วั
สดุ
ให้
เหมาะสมกั
บการใช้
สอยและคติ
นิ
ยมของท้
องถิ่
น ซึ
่
งต้
องใช้
เวลาสะสมประสบการณ์
เพื
่
อพั
ฒนาให้
เกิ
ดความสมบู
รณ์
ที
่
สุ
ด
เท่
าที
่
จะทํ
าได้
อาจจะเป็
นเวลาหลายชั
่
วชี
วิ
ตคนจากบรรพบุ
รุ
ษสื
บต่
อมาจนถึ
งคนในยุ
คป ั
จจุ
บั
น จน
เป็
นที
่
ยอมร ั
บและเป็
นที
่
พอใจในกลุ
่
มชนหรื
อชุ
มชนในท้
องถิ่
นนั
้
นๆ จนเกิ
ดเป็
นคติ
นิ
ยมเป็
นแบบแผน
สื
บต่
อมา คติ
นิ
ยมและแบบแผนพื
้
นบ้
านที
่
ยึ
ดถื
อกั
นในแต่
ละท้
องถิ่
นนั
้
นเป็
นแบบแผนที
่
เป็
นไปอย่
าง
เรี
ยบง่
ายตามลั
กษณะการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของแต่
ละถิ่
น ซึ
่
งเป็
นเสมื
อนเป้
าหล่
อหลอมให้
หั
ตถกรรมจั
ก
สานมี
เอกลั
กษณ์
ของแต่
ละถิ่
นที
่
แตกต่
างกั
นไป เอกลั
กษณ์
และลั
กษณะเฉพาะถิ่
นของหั
ตถกรรมจั
ก
สานในท้
องถิ่
นต่
างๆ เป็
นสิ่
งที
่
มี
คุ
ณค่
าอย่
างยิ่
งเพราะสะท้
อนให้
เห็
นประวั
ติ
ศาสตร์
ความเป็
นมาของ
ชุ
มชนสะท้
อนให้
เห็
นลั
กษณะวั
ฒนธรรม การประกอบอาชี
พ การดํ
ารงชี
วิ
ต ตลอดจนสะท้
อนให้
เห็
น
ลั
กษณะทางภู
มิ
ศาสตร์
ของแต่
ละถิ่
นและเป็
นสิ่
งที
่
มี
คุ
ณค่
าที
่
สํ
าคั
ญยิ่
งของหั
ตถกรรมจั
กสาน
๒.๓ ผลิ
ตภั
ณฑ์
หางอวน
อํ
าเภอท่
าศาลา เป็
นอํ
าเภอที
่
อยู
่
ติ
ดชายฝ ั
่
งทะเล ประชาชนส่
วนใหญ่
ประกอบอาชี
พประมง
โดยเฉพาะประชาชนหมู
่
ที
่
๗, ๑๔ และ ๑๕ ตํ
าบลท่
าศาลา คนในชุ
มชนส่
วนใหญ่
เป็
นคนไทยมุ
สลิ
ม
ประกอบอาชี
พประมงมาตั
้
งแต่
เดิ
ม และได้
ใช้
ยอดลานที
่
มี
อยู
่
ในท้
องถิ่
นมาทํ
าเป็
นเส้
น แล้
วตากแห้
ง
จากนั
้
นนํ
ามาทอเพื
่
อใช้
เป็
นอุ
ปกรณ์
ในการหาปลา โดยใช้
ติ
ดที
่
ปลายอวนแต่
ละหลั
ง ต่
อมาได้
มี
การ
ใช้
ไนล่
อนมาติ
ดที
่
ปลายอวนแทนผลิ
ตภั
ณฑ์
ที
่
ทอจากใบลาน เมื
่
อวั
ตถุ
ประสงค์
ใช้
งานเปลี
่
ยนไป แต่
ยั
งมี
การทอใบลานอยู
่
จึ
งได้
นํ
ามาแปรรู
ปเป็
นผลิ
ตภั
ณฑ์
อย่
างอื
่
นแทน เช่
น กระเป๋
าสะพาย ที
่
รอง
จานรองแก้
ว หมวก แฟ้
มเอกสาร กล่
องใส่
กระดาษทิ
ชชู
ที
่
ใส่
รี
โมท ที
่
ใส่
โทรศั
พท์
มื
อถื
อ โดยมี
ชื
่
อ
เรี
ยกตามภาษาชาวบ้
านว่
า “ผลิ
ตภั
ณฑ์
หางอวน” จนถึ
งป ั
จจุ
บั
น
การดํ
าเนิ
นงานได้
ริ
เริ่
มตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ. ๒๕๓๗ ถึ
งป ั
จจุ
บั
น โดยได้
ร ั
บการสนั
บสนุ
นจาก
หน่
วยงานต่
างๆ และศู
นย์
บริ
การการศึ
กษานอกโรงเรี
ยนอํ
าเภอท่
าศาลา เป็
นหน่
วยงานหนึ
่
งที
่
ให้
การ
สนั
บสนุ
นด้
านงบประมาณ ในเรื
่
องของระบบการผลิ
ต การบริ
หารการจั
ดการ การตลาด และจั
ด