๑๔
๑.๓ ลวดลาย เป็
นองค์
ประกอบสํ
าคั
ญอี
กสิ่
งหนึ
่
งที
่
ช่
วยเสริ
มให้
หั
ตถกรรมจั
กสานมี
รู
ปทรง
ที
่
มี
ความงามและมี
คุ
ณค่
าทางศิ
ลปะ ลวดลายของหั
ตถกรรมจั
กสานแต่
ละชนิ
ดจะมี
ความกลมกลื
นกั
บ
ประโยชน์
ใช้
สอย รู
ปทรง และโครงสร้
างเป็
นอย่
างดี
โดยช่
างผู
้
สานจะเป็
นผู
้
เลื
อกสรรลวดลาย
ลั
กษณะต่
างๆ ได้
อย่
างสอดคล้
องกั
บองค์
ประกอบอื
่
นๆ ได้
สมบู
รณ์
ที
่
สุ
ด ซึ
่
งทํ
าให้
ลวดลายของ
หั
ตถกรรมจั
กสานเป็
นอี
กสิ่
งหนึ
่
ง ที
่
ช่
วยให้
มี
ความงามที
่
มี
ลั
กษณะเฉพาะเด่
นชั
ดต่
างไปจากงาน
ศิ
ลปหั
ตถกรรมและงานหั
ตถกรรมอื
่
น
๒) คุ
ณค่
าทางความงามและศิ
ลปะที
่
เกิ
ดจากการเลื
อกใช้
วั
สดุ
๒.๑ การเลื
อกใช้
วั
สดุ
ที
่
สอดคล้
องกั
บหน้
าที
่
ใช้
สอย รู
ปทรงของหั
ตถกรรมจั
กสานแต่
ละ
ชนิ
ด เป็
นอี
กสิ่
งหนึ
่
งที
่
ช่
วยเสริ
มสร้
างให้
เกิ
ดความงดงามและความมี
คุ
ณค่
าทางศิ
ลปะ ซึ
่
งจะพบจาก
หั
ตถกรรมจั
กสานทั
่
วไป เช่
น หั
ตถกรรมจั
กสานบางชนิ
ดสามารถใช้
วั
สดุ
ได้
หลายชนิ
ด แต่
เพื
่
อ
ประโยชน์
ใช้
สอยที
่
สมบู
รณ์
และความสะดวกสบายด้
านต่
างๆ ช่
างจั
กสานจึ
งเลื
อกใช้
วั
สดุ
ให้
เหมาะสมที
่
สุ
ดเท่
าที
่
จะทํ
าได้
ซึ
่
งมั
กเป็
นวั
สดุ
พื
้
นบ้
านเท่
าที
่
จะทํ
าได้
ในท้
องถิ่
นนั
้
น ๆ
๒.๒ ความงามที
่
เกิ
ดจากผิ
ว และสี
หั
ตถกรรมจั
กสานโดยทั
่
วไปนั
้
นความงามของผิ
วเป็
น
สิ่
งหนึ
่
งช่
วยให้
เกิ
ดความงามและคุ
ณค่
าทางศิ
ลปะได้
อี
กลั
กษณะหนึ
่
ง ผิ
วของหั
ตถกรรมจั
กสานนี
้
หมายถึ
งผิ
วของวั
สดุ
ธรรมชาติ
โดยตรง เช่
นผิ
วของไม้
ไผ่
หวาย กระจู
ด แหย่
ง ซึ
่
งมี
ลั
กษณะเฉพาะตนที
่
แตกต่
างกั
นไป เป็
นลั
กษณะเฉพาะของหั
ตถกรรมจั
กสาน ต่
างไปจากงาน
ศิ
ลปหั
ตถกรรมอื
่
นๆ และนอกจากนี
้
ผิ
ว ลวดลายการสานก็
มี
ความสํ
าคั
ญเช่
นกั
น เพราะลั
กษณะของ
ลวดลายที
่
ทํ
าให้
เกิ
ดผิ
วนอกในลั
กษณะต่
างๆ กั
นนี
้
จะต้
องกลมกลื
นกั
บผิ
วของวั
สดุ
ตลอดจนรู
ปทรง
โครงสร้
างของผลิ
ตภั
ณฑ์
จั
กสานด้
วย จึ
งจะทํ
าให้
ผลิ
ตภั
ณฑ์
จั
กสานนั
้
นๆ มี
ความงดงามที
่
มี
คุ
ณค่
าที
่
สมบู
รณ์
๓) คุ
ณค่
าที
่
เกิ
ดจากการแสดงออก การทํ
าหั
ตถกรรมจั
กสานเป็
นกระบวนการสร้
างสรรค์
ลั
กษณะหนึ
่
ง ที
่
มี
องค์
ประกอบต่
างๆ หล่
อหลอมเข้
ากั
บกระบวนการทางเทคนิ
คด้
วย ดั
งนั
้
น
หั
ตถกรรมจั
กสานจึ
งมี
การแสดงออกของผู
้
สานแฝงอยู
่
ด้
วย การแสดงออกที
่
ปรากฏในหั
ตถกรรมจั
ก
สานนี
้
แบ่
งออกเป็
น ๒ ลั
กษณะ คื
อ
๓.๑ การแสดงออกทางอารมณ์
(Temperamental expression) ลั
กษณะการ
แสดงออกทางอารมณ์
ในหั
ตถกรรมจั
กสานจะเห็
นได้
จากองค์
ประกอบต่
างๆ ว่
ามี
ความอ่
อนช้
อย
ละมุ
นละไมหรื
อมี
ความแข้
งหยาบกระด้
างอย่
างไร ซึ
่
งสิ่
งเหล่
านี
้
จะปรากฏอยู
่
ดั
งจะเห็
นได้
จาก
หั
ตถกรรมจั
กสานหลายชนิ
ด เช่
น หั
ตถกรรมจั
กสานย่
านลิ
เภา ที
่
สานอย่
างละเอี
ยดประณี
ตมี
อารมณ์
ละเอี
ยดอ่
อน ลวดลายที
่
ละเอี
ยดประณี
ตของก่
องข้
าว ของภาคเหนื
อ ซึ
่
งสะท้
อนอารมณ์
ของ
ผู
้
สานที
่
ต่
างไปจากชะนางหรื
อแฝงร ั
้
วบ้
าน เป็
นต้
น ลั
กษณะความประณี
ตและหยาบของลวดลายนี
้
เป็
นตั
วอย่
างหนึ
่
งที
่
แสดงให้
เห็
นอารมณ์
ของผู
้
สานที
่
แผงอยู
่
หั
ตถกรรมจั
กสานแต่
ละชนิ
ด ในแต่
ละ
ท้
องถิ่
นซึ
่
งแตกต่
างกั
นมากมายหลายชนิ
ด ลั
กษณะของการแสดงออกทางอารมณ์
นี
้
ยั
งปรากฏใน
องค์
ประกอบอื
่
นๆ ของหั
ตถกรรมจั
กสานด้
วย เช่
น รู
ปทรง โครงสร้
าง เป็
นต้
น นอกจากนี
้
การ