๓
ทุ
กอย่
างตั
้
งแต่
กระบวนการตั
ด ฉี
ก และไดเป็
นเส้
น จนถึ
งทอเป็
นผื
น แต่
ต้
องใช้
เวลาในการทอนาน
มาก กว่
าจะได้
เป็
นผื
นหนึ
่
งยาวประมาณ ๓-๔ เมตร ใช้
ความละเอี
ยดและต้
องอดทนค่
อนข้
างสู
ง
ถ้
าคนไม่
ใส่
ใจและใจเย็
นจะทนไม่
ค่
อยได้
เมื
่
อทํ
าไม่
สํ
าเร็
จเป็
นผื
นก็
จะดึ
งจนขาดหมด ส่
วนคนวั
ย
เดี
ยวกั
บตนเองไม่
ค่
อยสนใจเพราะไปทํ
างานต่
างถิ่
นและประกอบอาชี
พอย่
างอื
่
นเสี
ยหมด เหตุ
ผลที
่
ไม่
ชอบอี
กอย่
างก็
เนื
่
องจากมี
ขั
้
นตอนเยอะกว่
าที
่
จะผลิ
ตเสร็
จเป็
นผลิ
ตภั
ณฑ์
หางอวนได้
สั
กหนึ
่
งชิ
้
น
เมื
่
อกล่
าวถึ
งสภาพวิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู
้
คนในป ั
จจุ
บั
นเกิ
ดการเปลี
่
ยนแปลงค่
อนข้
างชั
ดเจนทั
้
งในเรื
่
อง
ของการใช้
ชี
วิ
ต การคิ
ดค้
นนวั
ตกรรมและเทคโนโลยี
ใหม่
ๆ เพื
่
อตอบสนองความต้
องการของมนุ
ษย์
ที
่
เน้
นความสะดวกสบาย การเร่
งรี
บของชี
วิ
ตการทํ
างานต้
องแข่
งขั
นกั
นในทุ
กๆ ด้
าน ของสั
งคมเมื
อง
ส่
งผลต่
อระบบชุ
มชนท้
องถิ่
นที
่
มี
มาหลายชั
่
วอายุ
คนต้
องพยายามตามให้
ทั
นกั
บวิ
ถี
สั
งคมยุ
คใหม่
การ
สื
บสานวั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นต่
อไปในอนาคตเยาวชนอาจจะโดนครอบงํ
าจากสภาพสั
งคมได้
กั
ลยาณี
ปฏิ
มาพรเทพ (๒๕๔๘ : ๒๑๐) กล่
าวถึ
ง การโดนครอบงํ
าทางความคิ
ดของสั
งคมยุ
คใหม่
ว่
า ทํ
าให้
ภู
มิ
ป ั
ญญาท้
องถิ่
นถู
กทํ
าลาย การแก้
ป ั
ญหาในชุ
มชนจึ
งต้
องอาศั
ยการสร้
างเครื
อข่
าย และการเรี
ยนรู
้
แบบบู
รณาการร่
วมกั
นในระดั
บรากหญ้
า เพื
่
อคิ
ดค้
นวิ
ธี
การที
่
หลากหลายในการแก้
ป ั
ญหาชุ
มชนโดย
ใช้
ภู
มิ
ป ั
ญญาท้
องถิ่
นเป็
นตั
วตั
้
ง และประสานกั
บภู
มิ
ป ั
ญญาสากล ซึ
่
งจะทํ
าให้
ชุ
มชนสามารถแก้
ป ั
ญญาได้
ถู
กจุ
ด และจะเป็
นผลดี
ต่
อการพั
ฒนาประเทศโดยรวม และแนวทางในการอนุ
ร ั
กษ์
และ
พั
ฒนาส่
งเสริ
มศิ
ลปหั
ตถกรรมไทยจํ
าเป็
นอย่
างยิ่
งที
่
จะต้
องศึ
กษาเกี
่
ยวโยงถึ
งองค์
ประกอบสํ
าคั
ญ ซึ
่
ง
เป็
นตั
วกํ
าหนดการสร้
างสรรค์
รู
ปแบบของงานหั
ตถกรรมในท้
องถิ่
นนั
้
นด้
วย ตั
้
งแต่
สภาพภู
มิ
ศาสตร์
ไปจนถึ
งประวั
ติ
ศาสตร์
วั
ฒนธรรมท้
องถิ่
น (วิ
บู
ลย์
ลี
้
สุ
วรรณ. ๒๕๓๒ : ๙๕) เช่
นเดี
ยวกั
บชุ
มชน
มุ
สลิ
มบ้
านหน้
าทั
บ ถ้
าไม่
ได้
ร ั
บสื
บสานภู
มิ
ป ั
ญญาทั
้
งในแง่
ของขั
้
นตอนการผลิ
ตและการพั
ฒนา
รู
ปแบบของผลิ
ตภั
ณฑ์
ในอนาคตแล้
ว อาจจะกลายเป็
นตํ
านานที
่
ลู
กหลานต้
องกล่
าวถึ
งก็
เป็
นได้
เพราะฉะนั
้
นสิ่
งแรกที
่
ทํ
าได้
ก็
คื
อการเก็
บรวบรวมไว้
เป็
นบั
นทึ
กเอกสารที
่
ชั
ดเจนนั
่
นเอง
การศึ
กษาหั
ตถกรรมหางอวนกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตชุ
มชนมุ
สลิ
มบ้
านหน้
าทั
บ ต.ท่
าศาลา อ.ท่
าศาลา
จ.นครศรี
ธรรมราช คณะผู
้
วิ
จั
ยจึ
งมี
ความสนใจที
่
จะรวบรวมข้
อมู
ลในเบื
้
องต้
นตั
้
งแต่
บริ
บทของชุ
มชน
การผลิ
ต และรู
ปแบบหั
ตถกรรมหางอวนที
่
มี
อยู
่
ที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บชี
วิ
ตประจํ
าวั
น ประเพณี
วั
ฒนธรรม
และพิ
ธี
กรรมของชุ
มชนมุ
สลิ
มบ้
านหน้
าทั
บ เพื
่
อเป็
นฐานข้
อมู
ลสํ
าหร ั
บบุ
คคลที
่
สนใจ ตลอดจน
หน่
วยงานที
่
เกี
่
ยวข้
อง ทางด้
านการพั
ฒนาหั
ตถกรรมและการอนุ
ร ั
กษ์
ภู
มิ
ป ั
ญญาชุ
มชน และเป็
น
วิ
ธี
การสื
บสานสํ
าหร ั
บศิ
ลปหั
ตถกรรมท้
องถิ่
นให้
คงอยู
่
คู
่
กั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวชุ
มชนมุ
สลิ
มบ้
านหน้
าทั
บ
ต.ท่
าศาลา อ.ท่
าศาลา จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราชต่
อไป
๑.๒ วั
ตถุ
ประสงค์
ในการวิ
จั
ย
๑. เพื
่
อศึ
กษาขั
้
นตอนกรรมวิ
ธี
การผลิ
ตและรู
ปแบบหั
ตถกรรมหางอวน
๒ . เพื
่
อศึ
กษาวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชุ
มชนมุ
สลิ
มบ้
านหน้
าทั
บ ต . ท่
าศาล า อ . ท่
าศาล า
จ.นครศรี
ธรรมราช ที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บหั
ตถกรรมหางอวน