๗๓
เพิ
่
มขึ
้
นจากเดิ
มและมี
นํ
้
าตลอดทั
้
งปี
โดยเฉพาะในช่
วงหน้
าแล้
งทํ
าให้
ชาวบ้
านมี
นํ
้
าใช้
อย่
างเพี
ยงพอ
ในการอุ
ปโภค บริ
โภคและการเกษตร เป็
นแหล่
งเพาะพั
นธุ
์
ปลาธรรมชาติ
ชนิ
ดต่
าง ๆ และเป็
นการ
ฟื
้
นฟู
ระบบนิ
เวศ ส่
งผลให้
พื
้
นที่
ป่
าอุ
ดมสมบู
รณ์
สามารถกั
กเก็
บตะกอนไม่
ให้
ไปทั
บถมลํ
าคลอง
ตอนล่
าง และสามารถป้
องกั
นนํ
้
าท่
วมในช่
วงหน้
าฝนได้
ส่
วนประโยชน์
ที่
เกิ
ดขึ
้
นทางอ้
อม คื
อ ทํ
าให้
ชาวบ้
านที่
อาศั
ยอยู
่
และประกอบอาชี
พในพื
้
นที่
รอยต่
อระหว่
างเขตรั
กษาพั
นธุ
์
สั
ตว์
ป่
าเขาบรรทั
ดกั
บ
พื
้
นที่
ทํ
ากิ
นของชาวบ้
าน ได้
เห็
นความสํ
าคั
ญและมี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการทรั
พยากรนํ
้
าและดู
แล
รั
กษาทรั
พยากรป่
าต้
นนํ
้
าและสั
ตว์
ป่
า ก่
อให้
เกิ
ดความรั
กและหวงแหนทรั
พยากรธรรมชาติ
และเกิ
ด
ความตระหนั
กในการอนุ
รั
กษ์
มากยิ
่
งขึ
้
น ส่
งผลให้
ปริ
มาณการบุ
กรุ
กพื
้
นที่
ป่
าต้
นนํ
้
าบริ
เวณเทื
อกเขา
บรรทั
ดลดน้
อยลง รวมถึ
งการลั
กลอบตั
ดไม้
และการล่
าสั
ตว์
ป่
าลดลงตามไปด้
วย นอกจากนี
้
ย ั
งเป็
น
ต้
นทุ
นในการรั
กษาแรงใจของคนในชุ
มชนให้
เห็
นความสํ
าคั
ญต่
อการอนุ
รั
กษ์
ทรั
พยากรธรรมชาติ
และนํ
าไปสู
่
การพั
ฒนากระบวนการเรี
ยนรู
้
ของคนในชุ
มชน รวมทั
้
งก่
อให้
เกิ
ดการมี
ส่
วนร่
วม
ระหว่
างกลุ
่
มต่
าง ๆ ภายในชุ
มชนและภายนอกชุ
มชน สร้
างความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
จนเกิ
ดเครื
อข่
ายใน
การอนุ
รั
กษ์
ทรั
พยากรธรรมชาติ
เป็
นพลั
งในการพั
ฒนาท้
องถิ ่
นได้
อย่
างย ั ่
งยื
น ผลที่
เกิ
ดขึ
้
นดั
งกล่
าว
นั
บว่
าเป็
นดอกเบี
้
ยอั
นเกิ
ดจากการทํ
าธนาคารนํ
้
าที่
ชาวบ้
านได้
รั
บในปั
จจุ
บั
นและอนาคต
กล่
าวได้
ว่
าการที่
ชาวบ้
านในตะโหมดสามารถจั
ดทํ
าธนาคารนํ
้
าได้
นั
้
นเกิ
ดขึ
้
น
เพราะชุ
มชนตะโหมดสามารถนํ
าวั
ฒนธรรมชุ
มชนมาปรั
บใช้
ให้
เกิ
ดประโยชน์
ต่
อการจั
ดการ
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ในสถานการณ์
ปั
จจุ
บั
นได้
เนื่
องจากปั
จจั
ย ๒ กลุ
่
ม ด้
วยกั
น คื
อ ปั
จจั
ยภายนอก
ชุ
มชน ได้
แก่
นโยบายการพั
ฒนาและการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ของรั
ฐ กระแสการมี
ส่
วนร่
วม
ของประชาชนในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
และการเข้
ามาขององค์
กรและหน่
วยงานภายนอก
และปั
จจั
ยภายในชุ
มชน ได้
แก่
ฐานทรั
พยากรธรรมชาติ
ศั
กยภาพของผู
้
นํ
า องค์
กรชุ
มชนเข้
มแข็
ง
องค์
ความรู
้
และกระบวนการเรี
ยนรู
้
ของชุ
มชน เมื่
อพิ
จารณาปั
จจั
ยทั
้
งสองกลุ
่
มนี
้
ใหม่
พบว่
า ปั
จจั
ย
เหล่
านี
้
เป็
นทั
้
งปั
จจั
ยบวกและปั
จจั
ยลบ ปั
จจั
ยบวกประกอบด้
วย กระแสการมี
ส่
วนร่
วมของ
ประชาชนในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
การเข้
ามาขององค์
กรและหน่
วยงานภายนอก ฐาน
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ศั
กยภาพของผู
้
นํ
าชุ
มชน องค์
กรชุ
มชนที่
เข้
มแข็
ง องค์
ความรู
้
และกระบวนการ
เรี
ยนรู
้
ของชุ
มชน ปั
จจั
ยบวกเหล่
านี
้
สามารถสร้
างปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บส่
วนอื่
น ๆ โดยเฉพาะชาวบ้
าน
ทั ่
วไปภายในชุ
มชน โดยผ่
านระบบคิ
ดและเชื่
อมโยงไปสู
่
การปฏิ
บั
ติ
ในขณะเดี
ยวกั
นเป็
นทั
้
งแรง
กระตุ
้
นและหนุ
นเสริ
มให้
ชุ
มชนเห็
นความสํ
าคั
ญของการอนุ
รั
กษ์
ทรั
พยากรธรรมชาติ
โดยการทํ
า
ธนาคารนํ
้
า และสามารถนํ
าวั
ฒนธรรมชุ
มชนที่
มี
อยู
่
มาเป็
นพลั
งขั
บเคลื่
อนให้
คนในชุ
มชนมาร่
วมกั
น
แก้
ปั
ญหาต่
าง ๆ และร่
วมกั
นทํ
ากิ
จกรรมของชุ
มชน โดยเฉพาะการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ของ
ท้
องถิ
่
น ส่
วนนโยบายการพั
ฒนาและนโยบายการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ของรั
ฐเมื่
อพิ
จารณา
แล้
วพบว่
า เป็
นได้
ทั
้
งปั
จจั
ยบวกและปั
จจั
ยลบ เนื่
องจากนโยบายของรั
ฐเหล่
านี
้
ก่
อให้
เกิ
ดการ