๑๘
๑.๒ พั
ฒนาการทางประวั
ติ
ศาสตร์
ของชุ
มชนตะโหมด
ชุ
มชนตะโหมด จั
ดเป็
นชุ
มชนที่
เก่
าแก่
มากชุ
มชนหนึ
่
งในลุ
่
มทะเลสาบสงขลา มี
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของการตั
้
งถิ
่
นฐานตั
้
งแต่
สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ทั
้
งจากตํ
านานที่
เล่
ากั
นมาของผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
และ
จากหลั
กฐานวั
ตถุ
โบราณที่
ค้
นพบ จากตํ
านานที่
เล่
ากั
นมาได้
กล่
าวถึ
งเส้
นทางการค้
าขายของชาว
อิ
นเดี
ยที่
เดิ
นทางมาจากฝั
่
งทะเลอั
นดามั
นในมหาสมุ
ทรอิ
นเดี
ย (บริ
เวณอํ
าเภอปะเหลี
ยน จั
งหวั
ดตรั
ง
ในปั
จจุ
บั
น) ซึ
่
งเป็
นเมื
องท่
าที่
สํ
าคั
ญของฝั
่
งทะเลอั
นดามั
น ข้
ามเทื
อกเขาบรรทั
ดทางช่
องเขาตระ ผ่
าน
ชุ
มชนตะโหมดบริ
เวณบ้
านเขาหั
วช้
าง มี
ลํ
าคลองหั
วช้
าง ซึ
่
งคลองสายนี
้
ไหลไปรวมกั
บสายอื่
นอี
ก
หลายสายเป็
นคลองท่
ามะเดื่
อไหลลงสู
่
ทะเลสาบสงขลาบริ
เวณอํ
าเภอบางแก้
ว เชื่
อมกั
บเส้
นทางนํ
้
า
ในทะเลสาบสงขลาที่
ใช้
เป็
นเส้
นทางเดิ
นเรื
อที่
สํ
าคั
ญไปขึ
้
นที่
เมื
องสทิ
งพระ หรื
อสทิ
งพารณสี
ซึ
่
งเป็
น
อํ
าเภอสทิ
งพระ จั
งหวั
ดสงขลาในปั
จจุ
บั
น จากการเดิ
นทางด้
วยเส้
นทางดั
งกล่
าว (นั
กวิ
ชาการทาง
ประวั
ติ
ศาสตร์
บางคนเรี
ยกว่
าเส้
นทางข้
ามคาบสมุ
ทร) จึ
งเกิ
ดเป็
นชุ
มชนเล็
ก ๆ ขึ
้
น และพั
ฒนาการ
เป็
นชุ
มชนตะโหมดในปั
จจุ
บั
น โดยมี
ร่
องรอยทางโบราณคดี
ปรากฏหลงเหลื
ออยู
่
หลายอย่
างทั
้
งที่
เป็
นวั
ด เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
และพระพุ
ทธรู
ปโบราณ นอกจากนี
้
มี
ชื่
อท่
าวั
ด เป็
นชื่
อท่
านํ
้
าของบ้
านหั
ว
ช้
างและถํ
้
าพระอยู
่
บริ
เวณเขาหั
วช้
าง ซึ
่
งเป็
นทางผ่
านของเส้
นทางเดิ
นนี
้
ซึ
่
งเส้
นทางสายนี
้
ย ั
งเป็
น
เส้
นทางที่
ชาวบ้
านใช้
เป็
นเส้
นทางเดิ
นป่
าล่
าสั
ตว์
และหาของป่
าจากตะโหมดไปย ั
งฝั
่
งตะวั
นตกของ
เทื
อกเขาบรรทั
ดอยู
่
จนถึ
งปั
จจุ
บั
นนี
้
หลั
กฐานจากวั
ตถุ
โบราณชิ
้
นสํ
าคั
ญที่
ค้
นพบในชุ
มชนตะโหมด เชื่
อว่
าบ้
านตะโหมดเป็
น
ชุ
มชนเก่
าแก่
มี
มาตั
้
งแต่
สมั
ยอยุ
ธยา เช่
น พบพระพุ
ทธรู
ปสํ
าริ
ดปางมารวิ
ชั
ย ขนาดหน้
าตั
กกว้
าง ๒๐
เซนติ
เมตร เป็
นศิ
ลปะอู
่
ทอง ขุ
ดพบภายในสระนํ
้
าของวั
ดเหนื
อ (ร้
าง) ซึ
่
งเป็
นวั
ดที่
อยู
่
ทางทิ
ศใต้
ของ
วั
ดตะโหมดห่
างกั
นไม่
มากนั
ก และมี
วั
ดถํ
้
าพระเป็
นวั
ดร้
างตั
้
งอยู
่
ที่
เขาพระ บริ
เวณบ้
านหั
วช้
าง ตํ
าบล
ตะโหมด ซึ
่
งติ
ดกั
บเขาหลั
กไก่
และเขาตี
นป่
า เป็
นวั
ดที่
สร้
างขึ
้
นสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ปรากฏหลั
กฐาน
ในบั
นทึ
กของเพลาวั
ดเขี
ยนบางแก้
วว่
าเป็
นวั
ดหนึ
่
ง ขึ
้
นกั
บคณะป่
าแก้
วหั
วเมื
องพั
ทลุ
ง บริ
เวณวั
ดมี
ถํ
้
า
แห่
งหนึ
่
งเรี
ยกว่
า ถํ
้
าหั
วช้
าง ปากถํ
้
าหั
นไปทางทิ
ศใต้
เดิ
มภายในถํ
้
ามี
พระพุ
ทธรู
ปปั
้
นปางไสยาสน์
หนึ
่
งองค์
ขนาดยาวประมาณ ๑๔ เมตร ฐานพระมี
รู
ปช้
างปู
นปั
้
นโผล่
แบกฐานเจ็
ดเชื
อก อี
กทั
้
งย ั
งมี
พระพุ
ทธรู
ปปู
นปั
้
นปางมารวิ
ชั
ย และพระพุ
ทธรู
ปไม้
จํ
าหลั
กอี
กหลายองค์
แต่
เป็
นที่
น่
าเสี
ยดาย
พระพุ
ทธรู
ปเหล่
านี
้
ได้
ถู
กทํ
าลายไปเมื่
อประมาณ พ.ศ.๒๔๘๔ นอกจากนี
้
ได้
มี
การพบขวานหิ
นขั
ด
หรื
อขวานหิ
นทุ
บเปลื
อกไม้
เพื่
อนํ
ามาทอผ้
า โดยพบที่
โหล๊
ะจั
นกระ ตํ
าบลตะโหมด
๓
สภาลานว ั
ดตะโหมด. ๒๕๔๓. ตะโหมดศึ
กษา : หลั
กสู
ตรท้
องถิ ่
นชุ
มชนตะโหมด. พั
ทลุ
ง : สํ
านั
กงาน
ป้
องกั
นและปราบปรามยาเสพติ
ดภาคใต้
, ๕.
๔
ชั
ยวุ
ฒิ
พิ
ยะกู
ล, ตะโหมด, กิ ่
งอํ
าเภอ. สารานุ
กรมว ั
ฒนธรรมภาคใต้
พ.ศ.๒๕๒๙ เล่
ม ๓ กรุ
งเทพฯ :
อมริ
นทร์
การพิ
มพ์
: ๑๒๔๒.