๖๕
๓. เรื่
องสั้
น ๑ เรื่
อง
๔. นิ
ทาน ๑ เรื่
อง
๕. บทประพั
นธ๑
ที่
เสนอในรู
ปบทสนทนาของตั
วละคร ๑ เรื่
อง
การศึ
กษาวิ
จั
ยครั้
งนี้
กํ
าหนดศึ
กษาวิ
เคราะห๑
ลั
กษณะวรรณศิ
ลป์
เฉพาะงานเขี
ยนประเภท
บทความเรี
ยง ซึ่
งมี
จํ
านวนมากพอที่
จะสรุ
ปลั
กษณะเดํ
นทางวรรณศิ
ลป์
”
1
ตามโครงสร๎
างสํ
าคั
ญของ
งานเขี
ยนบทความเรี
ยง ดั
งนี้
๑. กลวิ
ธี
นํ
าเสนอเรื่
อง
๑.๑ บทนํ
า
๑.๒ เนื้
อเรื่
อง หรื
อ ตั
วเรื่
อง
๑.๓ บทสรุ
ป
๒. กลวิ
ธี
ทางภาษา
๒.๑ ความพรรณนา (Description)
๒.๒ ภาพพจน๑
(Figure of speech)
๒.๓ คํ
าและความ
“informal essay” นี้
พจนานุ
กรม
ศั
พท์
วรรณกรรมอั
งกฤษ- ไทย
ของ ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน ใ ช๎
ศั
พท๑
ภาษาไทยวํ
า ‚ความเรี
ยง ‛
และอธิ
บายวํ
า วรรณกรรมชนิ
ดนี้
จํ
าแนกเป็
น ๒ ประเภท คื
อ
ความเรี
ยงแบบไม่
เป็
นทางการ
ซึ่
งมองเตญ (Michel Eyquem de
Montagne) (๑๕๓๓ – ๑๕๙๒) เป็
นผู๎
ริ
เริ่
ม กั
บ
ความเรี
ยงแบบเป็
นทางการ
(ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน, ๒๕๔๖, หน๎
า ๑๖๔) สํ
วน เปลื้
อง
ณ นคร (๒๕๓๕, หน๎
า ๑๐๕ -๑๐๗) เรี
ยกงานเขี
ยนประเภทหลั
งวํ
า
บทความเรี
ยงเชิ
งสาระ
และเรี
ยกประเภทแรกวํ
า
บทความเรี
ยงเชิ
ง
ปกิ
ณกะ
ซึ่
งชื่
อเรี
ยกของประเภทหลั
งนี้
คงไมํ
เหมาะที่
จะใช๎
ในปั
จจุ
บั
น เนื่
องจาก
พจนานุ
กรมฉบั
บราชบั
ณฑิ
ตยสถาน พ .ศ. ๒๕๔๒
ให๎
ความหมายคํ
า ‚ปกิ
ณกะ‛ วํ
า ‚เรี่
ยราย, เบ็
ดเตล็
ด, กระจาย, ระคนกั
น, คละกั
น‛ (ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน, ๒๕๔๖, หน๎
า ๖๔๖)
งานวิ
จั
ยฉบั
บนี้
กํ
าหนดเรี
ยกงานเขี
ยน informal essay ซึ่
งเป็
นลั
กษณะงานเขี
ยนสํ
วนใหญํ
ของ‚นิ
ด นรารั
กษ๑
‛วํ
า
ความเรี
ยงแบบไม่
เป็
นทางการ
และเรี
ยก formal essay วํ
า
ความเรี
ยงแบบเป็
นทางการ
ตามศั
พท๑
ของราชบั
ณฑิ
ตยสถาน
1
หนั
งสื
อรวมผลงานบทความเรี
ยง
เพี
ยงแค่
เม็
ดทราย
ระบุ
นามปากกาผู๎
ประพั
นธ๑
เป็
น “นิ
ด นรารั
กษ๑
” สํ
วนหนั
งสื
อ
รายศิ
ลาเรี
ยง
ที่
ปก
หนั
งสื
อระบุ
นามผู๎
แตํ
งวํ
า “อุ
ชเชนี
” แตํ
บทประพั
นธ๑
ที่
เป็
นบทอาศิ
รวาทสํ
วนใหญํ
ลงนาม “ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา” สํ
วนบทความเรี
ยงแตํ
ละเรื่
องใน
รายศิ
ลาเรี
ยง
ไมํ
ปรากฏทั้
งชื่
อและนามปากกาผู๎
เขี
ยน ในเอกสารวิ
จั
ยฉบั
บนี้
จะใช๎
นามปากกา “นิ
ด นรารั
กษ๑
” สํ
าหรั
บบท
ประพั
นธ๑
บทความเรี
ยงทั้
งหมด