Page 70 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๓
ชํ
างตอแหลแอ๎
อ๎
อว๎
อแว๎
ไว
ตาก็
ไคล๎
คลั่
งหลานปานจะกลื
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: เด็
กประชาธิ
ปไตย, หน๎
า ๙๖)
บทกวี
อิ
สระประสาจน
‚อุ
ชเชนี
‛ ใช๎
คํ
าภาษาปาก
กล้
วย อั้
นตั
และ
แต้
โดยกลมกลื
นกั
ความที่
นํ
าเสนอในลั
กษณะเป็
นคํ
าพู
ดของ “ผม” ดั
งนี้
ถึ
งขี่
ควายผมก็
ชายอิ
สรชาติ
ใครเขํ
นฆาตควายกล๎
าผมอาสั
คงไมํ
กล๎
วยเหมื
อนเก๐
งสวยขาดน้ํ
ามั
นอนอั้
นตั
นหมอบแต๎
เป็
นแพเลย
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: อิ
สระประสาจน, หน๎
า ๑๑๙-๑๒๐)
ผลงานกวี
นิ
พนธ๑
ของ “อุ
ชเชนี
” จึ
งนั
บเป็
นวรรณกรรมอั
นล้ํ
าคํ
าด๎
วยลี
ลาวรรณศิ
ลป์
ที่
งดงาม ทั
ความไพเราะและรสเร๎
าอารมณ๑
เป็
นสุ
นทรี
ยภาพอั
นละเมี
ยดละไมด๎
วย กระบวนรั
กษาแบบแผนเกํ
า หรื
ขนบ วรรณกรรมโบราณ ความประณี
ตในกระบวนวิ
ธี
นํ
าเสนอ และการใช๎
คํ
าและความ ในขณะเดี
ยวกั
ก็
สร๎
างสรรค๑
รู
ปลั
กษณะใหมํ
คํ
า ความใหมํ
ที่
สร๎
างสี
สั
นและแนวทางใหมํ
ๆให๎
วงการวรรณกรรมไทยอี
ด๎
วย
ลั
กษณะเด่
นเชิ
งวรรณศิ
ลป์
ในบทความเรี
ยงของ“นิ
ด นรารั
กษ์
นอกจากผลงานด๎
านบทกวี
อั
นเป็
นที่
ชื่
นชมยกยํ
องแล๎
ว ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา
ได๎
ประพั
นธ๑
งานเขี
ยนประเภทร๎
อยแก๎
วจํ
านวนมาก
โดยสํ
วนใหญํ
ใช๎
นามปากกา “นิ
ด นรารั
กษ๑
” บท
ประพั
นธ๑
ร๎
อยแก๎
วเหลํ
านี้
ได๎
รั
บความนิ
ยมสู
งจากนั
กอํ
านไมํ
ยิ่
งหยํ
อนไปกวํ
าบทกวี
ในนามปากกา
“อุ
ชเชนี
” ดั
งเชํ
น เนาวรั
ตน๑
พงษ๑
ไพบู
ลย๑
กวี
ซี
ไรต๑
ผู๎
ได๎
รั
บการยกยํ
องวํ
าเป็
น “กวี
รั
ตนโกสิ
นทร๑
” กลํ
าว
แสดงความ เห็
นตํ
องานเขี
ยนร๎
อยแก๎
วของ “นิ
ด นรารั
กษ๑
” วํ
า นอกจากความชื่
นชมยกยํ
อง “อุ
ชเชนี
” ใน
ฐานะครู
กวี
แล๎
ว ยั
งมี
ความประทั
บใจกั
บบทประพั
นธ๑
ร๎
อยแก๎
วจากปลายปากกา “นิ
ด นรารั
กษ๑
" ถึ
งกั
บนํ
คํ
าและความตอนหนึ่
งของ บทความเรี
ยงชื่
ตรงมุ
มที่
ไม่
มี
ใครเอาใจใส่
ไปขึ้
นต๎
นบทกลอนเรื่
องหนึ่
ของตน
1
(เนาวรั
ตน๑
พงษ๑
ไพบู
ลย๑
, ๒๕๒๗, หน๎
า ๑๐๗-๑๐๙)
1
ความจาก
ตรงมุ
มที่
ไม่
มี
ใครเอาใจใส่
ของ “นิ
ด นรารั
กษ๑
” ที่
กลํ
าวนี้
คื