๖๑
...
หั
วใจเขาคื
อแดด
ชํ
วยเผาแผดเชื้
อชั่
วผอง
อกกรุํ
นอุํ
นลํ
ายอง
คลายเยื
อกยั
บเคยคั
บเข็
ญ
หั
วใจเขาคื
อลม
ชวยชื่
นฉมฉ่ํ
าทรวงเย็
น
อกรุํ
มกลุ๎
มลํ
าเค็
ญ
โลมไล๎
รอบปลอบขวั
ญคื
น
เขาหรื
อคื
อโซํ
สาย
แนวรั
กรายเราหยั
ดยื
น
กวํ
าเกลี้
ยงทั่
วเสี
ยงปื
น
ศานติ
ซ๎
องก๎
องโลกา
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: ก๎
องกวํ
าเสี
ยงปื
น, หน๎
า ๖๕)
เชํ
นเดี
ยวกั
บ
กลบทธงนาริ้
ว
ที
่
‚อุ
ชเชนี
‛ นํ
ามาประยุ
กต๑
ใช๎
ก็
มี
การซ้ํ
าคํ
า เชํ
น
...
เพรี
ยกเพรี
ยกเรี
ยกแสงสวํ
าง
สายทองสล๎
างสาดปถพี
หลั
ดหลั
ดจรั
สรั
ศมี
มี
อั
นเป็
นเชํ
นใดหรื
อ
ตึ
งตึ
งอึ
งคะนึ
งโหม
ลมใดตระโบมตระบั
ดบั
นลื
อ
หวามหวามยามพายุ
ฮื
อ
อื้
อเมฆคลุ๎
มคลุ
มพสุ
ธา
...
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
คอย- คอย, หน๎
า ๑๐๖)
แม๎
ในบทกวี
ที่
มิ
ได๎
เป็
นกลบทประยุ
กต๑
“อุ
ชเชนี
” ก็
ใช๎
การเลํ
นคํ
าทั้
งในลั
กษณะของการซ้ํ
าคํ
า
และการใช๎
คํ
าอั
พภาส คื
อคํ
าซ้ํ
าที่
กรํ
อนเสี
ยงคํ
าหน๎
า เชํ
น
คึ
กคึ
ก
เป็
น
คะคึ
ก
ริ
กริ
ก
เป็
น
ระริ
ก
เป็
นต๎
น
การเลํ
นคํ
าทั้
งสองลั
กษณะนี้
นอกจากทํ
าให๎
เสี
ยงของคํ
ามี
ความไพเราะแล๎
ว ยั
งสร๎
างจิ
นตภาพให๎
เดํ
นชั
ด
ด๎
วย ดั
งเชํ
นคํ
า
คะคึ
ก
ในบทนี้
อ๎
าสมุ
ทรสุ
ดลึ
กคะคึ
กครื
้
น
กระแสคลื่
นครึ
กครวญปั่
นป่
วนหนั
ก
เดี๋
ยวซั
ดซํ
าขวาซ๎
ายชํ
างย๎
ายยั
ก
เดี๋
ยวหั
นหั
กรุ
ดหน๎
าเดี๋
ยวลํ
าคื
น
...
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
คลื่
นใต๎
น้ํ
า, หน๎
า ๒๐-๒๑)
บทกวี
พลั
งรั
ก
ใช๎
การเลํ
นคํ
าอั
พภาส
ระริ
กระรุ่
ง
สํ
วนบทกวี
กระจ่
างไกลกว่
าข่
ายประกาย
ดาว
ซ้ํ
าคํ
า
รวย
ซึ่
งให๎
ทั้
งเสี
ยงไพเราะและภาพที่
แจํ
มชั
ด