Page 67 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๐
...
มื
อเธอเฉี
ยบเยี
ยบเย็
นเชํ
นน้ํ
าค๎
าง
กลางไพรพรํ
างเยื
อกใจใครจะเหมื
อน
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: อยํ
าหมายหมิ่
นกลบศรั
ทธาวิ
ญญาเธอ, หน๎
า ๕๒-๕๓)
บทกวี
นิ
พนธ๑
เขาสั่
นหน้
าเรื่
อย
ใช๎
คํ
าวํ
ใส
และ
แพรว
คูํ
กั
บคํ
าวํ
แผด
ซึ่
งเป็
นคํ
าที่
ขั
ดแย๎
กั
น เพราะในความรู๎
สึ
กโดยทั่
วไปแล๎
ว แดดจะต๎
องสํ
องแสงร๎
อนแรง “แผดเผา‛ ผิ
วกาย แตํ
“อุ
ชเชนี
‛กลั
นํ
ามาใช๎
กั
บคํ
าวํ
ใส
และ
แพรว
เป็
นการเลื
อกใช๎
คํ
าที่
ขั
ดแย๎
งกั
น เพื่
อเสริ
มให๎
เห็
นภาพของ ”แดด” ซึ่
กลอนบทนี้
ใช๎
เป็
นสั
ญลั
กษณ๑
ของ“ความยุ
ติ
ธรรม” “แดด” ในบทกวี
บทนี้
จึ
งเป็
นความใสสวํ
างพรํ
างพราว
คื
นนั้
นมื
ดมิ
ขอบชิ
ดฟ้
าฉ่ํ
ดุ
จมี
มํ
านดํ
ดาดอยูํ
ทั่
วไป
เขาร๎
องก๎
องเรี
ยก
พร่ํ
าเพรี
ยกหาไฟ
หาแดดแผดใส
สํ
องโลกโศกมั
...
เขาสั่
นหน๎
าเรื่
อย
แจ๎
วเจื้
อยขานแจ๐
ขอแดดแผดแพรว
ไมํ
มองหน๎
าตา
เสี
ยงปื
นสํ
องเปรี้
ยง
ตั
วเอี
ยงพั
บคา
สูํ
แสงโรจน๑
จ๎
ฟากฟ้
าพรายพรรณ
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
: เขาสั่
นหน๎
าเรื่
อย, หน๎
า ๘๐-๘๑)
๓) การซ้
าคา
กลวิ
ธี
ซ้ํ
าคํ
าหรื
อความ ซึ่
งชํ
วยการเน๎
นย้ํ
าคํ
าความหมาย และมั
กสร๎
างหรื
อเร๎
อารมณ๑
ได๎
เป็
นอยํ
างดี
นั้
น เป็
นศิ
ลปะทางภาษาที่
“อุ
ชเชนี
” ใช๎
เป็
นจํ
านวนมาก เนื่
องจากการ
ประยุ
กต๑
ใช๎
กลบทบางลั
กษณะเป็
นรู
ปแบบที่
ซ้ํ
าคํ
าหรื
อซ้ํ
าความอยูํ
แล๎
ว เชํ
การประยุ
กต๑
ใช๎
กลบทบั
วบานกลี
บขยาย
ฉั
นอยูํ
เพื่
อบุ
คคลที่
ฉั
นรั
ซึ่
งใจซื่
อถื
อศั
กดิ์
สุ
จริ
และรั
กฉั
นมั่
นมานปานชี
วิ
ในความผิ
ดความหลงปลงอภั
ฉั
นอยูํ
เพื่
อหน๎
าที่
ที่
พั
นผู
เพื่
อฝั
งปลู
กความหวั
งพลั
งไข
เป็
นทํ
อธารรั
กท๎
นล๎
นพ๎
นไป
หลํ
อดวงใจแล๎
งรื่
นให๎
ชื่
นบาน
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
อยูํ
เพื่
ออะไร, หน๎
า ๑๒)