๓๒
เลื
อดเย็
นเคี
ยด
เข่
นข่
ม
เหตุ
ผลจม
นอบนิ่
งนาน
โลภมากอยากเต็
มมาน
ศั
กดาเดชเลศกรรหาย
. . .
ผู๎
กํ
าอํ
านาจหรื
อ
แอบใช๎
ชื่
อเสรี
แรง
เ
ลี้
ยวลดคดคาแคลง
แหนงน้ํ
าจิ
ตอิ
สรา
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ชั่
วโมงชั่
ว, หน๎
า ๗๘-๗๙)
กลบทดาเนิ
นนางสร
เป็
นการเลํ
นสั
มผั
สเสี
ยงพยั
ญชนะ ๒ คํ
าติ
ดกั
น แบํ
งเป็
น ๓ จั
งหวะ
(มหาวิ
ทยาลั
ยสุ
โขทั
ยธรรมาธิ
ราช, ๒๕๓๓, หน๎
า ๓๙๘) บทกวี
ของ “อุ
ชเชนี
” มี
หลายบทที่
นํ
าจะเป็
นการ
ประยุ
กต๑
ใช๎
กลบทนี้
เชํ
นบทกลอนตํ
อไปนี้
. . .
แพรวพรั่
ง/ดั่
งดาว
บนสวรรค๑
ผ่
องพรรณ
/
เพี
ยงเพช
ร
เก็
จขลิ
บ
พลุ่
งแพร้
ว/แววไวใ
สวิ
บ
ใครํ
หยิ
บอยากได๎
ใจรอน . . .
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ดาวหวั
งวู
บดั
บ, หน๎
า ๑๑๐)
. . .
สยิ
วพลิ้
วรวดปวดเจ็
บ
หน่
ายเหน็
บนอบนิ่
ว
หิ
วโหย
สิ้
นเสี
ยงเถี
ยงโทษโอดโอย
เกรี
ยงโกรยเกรี
ยกกรากซากซาน
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ธรณี
นี่
คิ
ดสิ
ทธิ์
ใคร, หน๎
า ๑๑๐)
. . .
ขลุ่
ยครวญหวนโหย
โรยลํ
อง
ทั่
วท้
องทุ่
งธาร
ลานแก๎
ว
หลั
บเถิ
ดดาวรุํ
ง
พลุ่
งแพร้
ว
วาดแววหวั
งวั
บ
จั
บฟ้
า
. . .
สาดแสงแรงรั
กหลั
กโลก
คลายโศกทุ
กข๑
เศร๎
าเราสอง
หลั
บเถิ
ดรั
กเจ๎
าราวทอง
ผาดผ่
องใจจน
ล๎
นมี