๓๑
ดั่
งสาย
ธารทิ
พย์
อาบซาบ
ดวงใจ
วะวํ
อนวนด๎
นดั้
นฝั
นแสวง
รั
ก
แจกแจงเจื
อจาน
เฝ้
า
ขานไข
คน
เจนจา
พร่ํ
าคิ
ด
สนิ
ทใน
ยาม
กลี
บไกว
กุ
หลาบ
ลอยช้
อย
ระชด
...
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
กลี
บกุ
หลาบ, หน๎
า ๑๓๕)
กลบทอื่
น ๆ ที่
‚อุ
ชเชนี
‛ นํ
ามาประยุ
กต๑
ใช๎
โดยแทรกอยูํ
ในบทกวี
นิ
พนธ๑
บางตอน
เชํ
น
กลบท
พิ
ณประสานสาย
ที
่
กํ
า หนดบั
งคั
บคํ
าสั
มผั
สอั
กษรให๎
สลั
บกั
น และให๎
แตํ
ละจั
งห วะมี
๓ คํ
า
(มหาวิ
ทยาลั
ยสุ
โขทั
ยธรรมาธิ
ราช, ๒๕๓๓, หน๎
า ๓๘๐) เชํ
น บทกวี
ชื่
อ
พลั
งรั
ก
.... ...
ระริ
กรุ้
ง/ระรุ่
งแรง
ประชาแสงเถกิ
งไกล
กระจายจิ
ตและมิ
ตรใจ
กระจํ
างทั่
วมิ
มั
วมล
. . .
สมานคล้
อง/สมองคิ
ด
ประชาชิ
ด/ประชากร
สนิ
ทหน๎
าภราดร
เผดี
ยงเดํ
นประเด็
นธรรม
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
พลั
งรั
ก, หน๎
า ๙๒-๙๓)
กลบทเลวงวางตรวจ
มั
กแตํ
งเป็
นกลโดยเลํ
นสั
มผั
สเสี
ยงพยั
ญชนะ ๓ คํ
าติ
ดกั
นที่
ต๎
นวรรค
หนึ่
งชุ
ด และท๎
ายวรรคอี
กหนึ่
งชุ
ด (มหาวิ
ทยาลั
ยสุ
โขทั
ยธรรมาธิ
ราช, ๒๕๓๓, หน๎
า ๓๙๘) “อุ
ชเชนี
”
นํ
ามาประยุ
กต๑
ใช๎
กั
บงานร๎
อยกรองทั้
งที่
เป็
นกลอนและกาพย๑
เชํ
น บทกลอนตํ
อไปนี้
. . .
เที่
ยว
โลดแล่
นเลี้
ยวลด
ทุ
ก
คดคุ
้
ง
ทั
่
วทิ
วทุ่
ง
แลละลาน
พิ
มานเหมื
อน
ละ
หานห้
วยรวยรสสดสะเทื
อ
น
เมื่
อเงาเพื่
อนทอดเฉี
ยงอยูํ
เคี
ยงใจ
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ภาพบนพื้
นถนน, หน๎
า ๗๕)