Page 37 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๓๐
ตึ
งตึ
อึ
งคะนึ
งโหม
ลมใดตระโบมตระบั
ดบั
นลื
หวามหวาม
ยามพายุ
ฮื
อื้
อเมฆคลุ๎
มคลุ
มพสุ
ธา
เรื
องเรื
อง
เหลื
อเพี
ยงอุ
ไร
ดั
งละเลงไล๎
ด๎
วยหมึ
กหนา
หลั
วหลั
มื
ดมั
วอุ
รา
หูํ
ระทดหํ
อท๎
อจริ
งเที
ยว
จ้
าจ้
ดวงอาทิ
ตย๑
แจ๎
เจ๎
าสิ้
นแรงฤามิ
แลเหลี
ยว
คอยคอย
ละห๎
อยใจเหี่
ยว
เสี้
ยวแสงวั
บดั
บหวั
งไทย
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
คอย- คอย, หน๎
า ๑๐๖)
ทํ
วงทํ
านองอั
นเป็
นลั
กษณะเฉพาะของ‛อุ
ชเชนี
‛อี
กประการหนึ่
ง ซึ่
งให๎
ความไพเราะงดงามอยํ
าง
นํ
าพิ
ศวง คื
อสั
มผั
สอั
นแพรวพราวด๎
วยการนํ
ากลบทหลายชนิ
ดมาผสมผสานกั
น เชํ
น นํ
กลบทธงนาริ้
มาปรั
บและใช๎
รํ
วมกั
กลบทสิ
งโตเล่
นหาง
กลํ
าวคื
อ มี
การใช๎
ทั้
ง ‚คํ
าซ้ํ
า ‛ และบางครั้
งก็
ใช๎
‚เสี
ยง
พยั
ญชนะซ้ํ
า ‛ ในต๎
นวรรคแบบ
กลบทธงน้
าริ้
อี
กทั้
งยั
งปรั
บเปลี่
ยน
กลบทสิ
งโตเล่
นหาง
จากที่
กํ
าหนดให๎
‚คูํ
สั
มผั
ส‛ ที่
อยูํ
ตอนกลางของวรรค ต๎
องเป็
นสั
มผั
สสระ เทํ
านั้
น แตํ
‚อุ
ชเชนี
‛ กลั
บใช๎
ทั้
งสั
มผั
สระและพยั
ญชนะ
นอกจากนี้
บทกวี
บางบทยั
งมี
ลั
กษณะเป็
นการผสานระหวํ
าง
กลบท สิ
งโตเล่
นหาง
ที
กํ
าหนดให๎
มี
‚คูํ
สั
มผั
ส‛ ที่
อยูํ
ตอนกลางของวรรค กั
กลบทก้
านต่
อดอก
ที่
กํ
าหนดให๎
คํ
าคูํ
ท๎
ายของวรรค
เป็
นคํ
าสั
มผั
สสระ โดย “อุ
ชเชนี
‛ ใช๎
ทั้
งสั
มผั
สสระและสั
มผั
สอั
กษร เชํ
มิ
เห็
นแม๎
เงาเฝ้
าฝั
วํ
าหวั่
วิ
เวก
เฉกแปล๎
ลมเยื
อก
เกลื
อกกลุ้
ม/รุ
มแล้
รํ
อแรํ
ริ
ปลั
กหมั
จม
โอ๎
แสง
แรงเรื่
อเหลื
อลิ
สุ
ดหยิ
บหรื
อจึ
ขึ้
งขม
?
รวมเข๎
า ! เรา
แข็
ง, แรง
คม
จั
กถลํ
มื
ดมั่
บรรลั
(
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง :
ไหนมิ
ตรชิ
ดใจให๎
อิ
ง!, หน๎
า ๑๑๗)
กลี
บกุ
หลาบ
วาบว่
อนระร่
อนลิ่
เห็
นพลิ้
ว ๆ
ร่
ายรา
ทํ
านองหวาน
เชิ
ญใจชื่
ครื้
นเครง
บรรเลงการ