๒๒
ตรง
สํ
านึ
กตรึ
กระเหิ
ดเพริ
ดลอยคว๎
าง
ตรง
ความวํ
างโหวงเวํ
อเอํ
อเต็
มทรวง
(
ดาวผ่
องนภาดิ
น:
จงรู๎
เถิ
ดนั่
นแหละแก๎
วดวงแพรวพรรณ, หน๎
า ๘๑)
และบทสดุ
ดี
สมเด็
จพระเทพรั
ตนราชสุ
ดาฯ สดุ
ดี
๓
ในหนั
งสื
อ
รายศิ
ลาเรี
ยง
มี
ความ
ตอนหนึ่
งวํ
า
เหมื
อน
แสงทองสํ
องประกายกลํ
อมฟ้
ากว๎
าง
เหมื
อน
รุ๎
งวาดหวั
งวางวามใจผอง
เหมื
อน
น้ํ
าค๎
างเพชรวะวั
บระยั
บระยอง
เหมื
อน
แก๎
วกํ
องกระแสทางให๎
ยํ
างเดิ
น
(
รายศิ
ลาเรี
ยง :
สมเด็
จพระเทพรั
ตนราชสุ
ดาฯ สดุ
ดี
๓, หน๎
า ๓๐)
นอกจากนี้
ใน
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
‚อุ
ชเชนี
‛ ได๎
แสดงให๎
เห็
นถึ
งอั
จฉริ
ยภาพด๎
านกวี
นิ
พนธ๑
ที่
เป็
น
ผลผลิ
ตของการใช๎
กลบท
บั
วบานกลี
บขยาย
ในบทกวี
รอยจารึ
ก
ดั
งนี้
ฉั
นจารึ
กชื่
อเธอ
บน
พร่ํ
าเพ๎
อแหํ
งดวงมาน
บน
ซ๎
องก๎
องบรรสาน
กลองชั
ยชาญกั
งวานหมาย
บน
แพร๎
วแววมณี
บน
ผงคลี
ธุ
ลี
พราย
บน
ผาหยํ
อมหญ๎
าราย
บน
แย๎
มพราวพวงผกา
บน
อวลมวลกลิ่
นร่ํ
า
บน
ลํ
านํ
าสายลมพา
บน
พราวดาวเพริ
ศฟ้
า
บน
พั
กตราผํ
องเพ็
ญเดื
อน
บน
ลี
ลาเมฆเคลื่
อน
บน
รางเลื
อนแรรํ
มเงา
บน
กํ
องทองอุ
ษา
บน
เริ
งรํ
ารุ๎
งเสลา
บน
พรายสายพิ
ณเศร๎
า
บน
พริ้
งเพราะพฤกษ๑
วั
ดไกว
บน
ผํ
องกองข๎
าวพู
น
บน
รอยนู
นแนวนาไรํ
บน
พร๎
อยหิ่
งห๎
อยไพร
บน
ครรไลไถทอดมา
บน
เรื่
อเนื้
อมนุ
ษย๑
บน
มงกุ
ฎและกะลา
บน
งอบ, จอบ, คทา
บน
ปากอ๎
าระหายหิ
ว
บน
พริ้
มโอษฐ๑
อิ่
มเต็
ม
บน
รอยเม๎
มปากปวดริ้
ว
บน
ยิ้
มปิ้
มปลิ
ดปลิ
ว
บน
หน๎
านิ่
วทรมาน
บน
ตาประดามิ
ตร
บน
สุ
จริ
ตและแรงงาน