๒๑
แตํ
อยํ
างไรก็
ตาม ภายใต๎
กรอบของแบบแผนคํ
าประพั
นธ๑
โบราณอยํ
างเครํ
งครั
ด “อุ
ชเชนี
”
ได๎
เสนอลั
กษณะสร๎
างสรรค๑
ใหมํ
บางประการ อั
นนั
บวํ
าเป็
นความโดดเดํ
นทางวรรณศิ
ลป์
ของกวี
นิ
พนธ๑
ชุ
ดนี้
คื
อ
๑.๑ การประยุ
กต์
ใช้
“กลบท”
ลั
กษณะที่
เป็
นทํ
วงทํ
านองเฉพาะอี
กประการหนึ่
งที่
ทั้
งนํ
าสนใจ และทั้
งเป็
นจุ
ดเดํ
นที่
ทํ
าให๎
กวี
นิ
พนธ๑
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛ เปี่
ยมด๎
วยความพ ริ้
งพรายไพเราะ ทั
้
งได๎
ความจั
บใจ ตรึ
งอารมณ๑
ก็
คื
อการนํ
า
รู
ปแบบของ “กลบท ” มาประยุ
กต๑
ใช๎
ที่
แม๎
จะมิ
ใชํ
การริ
เริ่
มแตํ
ก็
เป็
นประดิ
ษฐการในลั
กษณะการ
ประยุ
กต๑
ใช๎
ใหมํ
ที่
ได๎
ความเพริ
ดพราวทั้
งเสี
ยงที่
ไพเราะอํ
อนหวาน และทั้
งรสของอารมณ๑
ที่
เข๎
มลึ
กใน
อารมณ๑
อยํ
างนํ
าสนใจ ถื
อเป็
นคุ
ณลั
กษณะอั
นโดดเดํ
นอยํ
างมากของศิ
ลปิ
นแหํ
งชาติ
ทํ
านนี้
กลบททั้
งหมดที่
‚อุ
ชเชนี
‛ นํ
ามาใช๎
ในงานนิ
พนธ๑
ได๎
แกํ
กลบทบั
วบานกลี
บขยาย
กลบท
ธงนาริ้
ว
และ
กลบทสิ
งโตเล่
นหาง
การใช๎
กลบทบั
วบานกลี
บขยาย
ของ ‚อุ
ชเชนี
‛
สํ
วนหนึ่
งเป็
นการใช๎
ตามแบบแผนเดิ
ม คื
อ
มี
การซ้ํ
าคํ
าต๎
นวรรคในแตํ
ละวรรค ดั
งตั
วอยํ
าง
เจ้
างาม
พั
กตร๑
ผํ
องเพี
ยงบุ
หลั
นฉาย
เจ้
างาม
เนตรประหนึ่
งนั
ยนาทราย
เจ้
างาม
ขนงกํ
งละม๎
ายคั
นศรทรง
เจ้
างาม
นาสายลดั
งกลขอ
เจ้
างาม
สอเหมื
อนคอสุ
วรรณหงส๑
เจ้
างาม
กรรณกลกลี
บบุ
ษบง
เจ้
างาม
วงวิ
ลาสเรี
ยบระเบี
ยบไร
เจ้
างาม
ปรางเปลํ
งปลั่
งเปรมปราโมทย๑
เจ้
างาม
โอษฐ๑
แย๎
มยวนจิ
ตนํ
าพิ
สมั
ย
(พระบาทสมเด็
จพระนั่
งเกล๎
าเจ๎
าอยูํ
หั
ว, ๒๕๑๓, หน๎
า ๒๖๗-๒๖๘)
บทกวี
บางเรื่
อง “อุ
ชเชนี
” ใช๎
กลบทบั
วบานกลี
บขยาย
ในบางบทบางตอน เชํ
น บทกวี
จงรู้
เถิ
ด
นั่
นแหละแก้
วดวงแพรวพรรณ
ใน
ดาวผ่
องนภาดิ
น
ตรง
โคลนตมระทมคลุ
กทุ
กข๑
สะอื้
น
ตรง
ผ๎
าผื
นผุ
วิ่
นสิ้
นวาสนา
ตรง
ฝาแฝกแตกรอยเป็
นร๎
อยตา
ตรง
หลั
งคา จาก, กระดาษ, คาดวงยาง
ตรง
เสี
ยงเหํ
สุ
ดแหบแนบลู
กน๎
อย
ตรง
ละห๎
อยตาโหยแห๎
งโรยขวาง