๒๐๖
สองบทนี้
มี
จั
งหวะจะโคนและท่
วงทํ
านองที่
เลื่
อมล้ํ
ากั
น คํ
าว่
า “มิ่
งมิ
ตร” สองคํ
านี้
ไพเราะ
มาก และเห็
นภาพด้
วย “เธอมี
สิ
ทธิ
ที่
จะล่
องแม่
น้ํ
ารื่
น” มี
จั
งหวะจะโคน ไม่
มี
สั
มผั
สใน เหมื
อน
นั
กเลงกลอนที่
เคร่
งฉั
นทลั
กษณ์
แต่
มี
จั
งหวะ ไม่
ต้
องใช้
ความสามารถชั้
นสู
งนั
กแต่
ต้
องเป็
นยอดกวี
เท่
านั้
นที่
จะทํ
าอย่
างนี้
ได้
ใช้
จั
งหวะโดยไม่
ต้
องใช้
สั
มผั
สสระ เหมื
อนกั
บกลอนเสภาขุ
นช้
างขุ
นแผน
“เงยหน้
าขึ้
นเถิ
ดเจ้
าผิ
วเพื่
อน แก้
มเปื้
อ นมาจะเช็
ดน้ํ
าตาให้
” ไม่
มี
สั
มผั
สคํ
า มี
สั
มผั
สคํ
านิ
ดเดี
ยว แต่
มั
นสั
มผั
สใจเต็
มที่
เลย อ่
านให้
ถู
กจั
งหวะจะสั
มผั
สใจ ได้
ทั้
งเสี
ยงได้
ทั้
งจั
งหวะ กลอนของอุ
ชเชนี
เป็
น
อย่
างนี้
เกื
อบทุ
กวรรค เปิ
ดมาหน้
าไหนก็
ได้
ผมจะเปิ
ดบทไหก็
ได้
เช่
น
เค้
านอนจมพรมหญ้
ายอดขจี
กลางแสงสี
ส่
องสาดกลาดแสวง
ระยิ
บเขาเศร้
าเหลื
อเจื
อลมั
ย
ดั่
งเหล็
กไคล้
เขาช้ํ
าระกํ
าคน
เห็
นมั้
ยว่
ามี
จั
งหวะ นี่
เป็
นความวิ
เศษของนั
กกลอนของอุ
ชเชนี
และเป็
นความวิ
เศษประการ
ที
่
๑ สํ
าหรั
บความวิ
เศษประการที่
๒ คื
อให้
จิ
นตนาการ จิ
นตนาการในที่
นี้
คื
อ ทุ
กคํ
า ทุ
กบทกวี
ที่
ทุ
กคนเขี
ยนมี
จิ
นตนาการทั้
งนั้
นแต่
ที่
ความวิ
เศษตรงที่
ว่
า อุ
ชเชนี
ไม่
ได้
ใช้
คํ
าที่
คนทั่
ว ๆ ไปคุ้
นชิ
น
กั
นแต่
จะใช้
คํ
าใหม่
ถึ
งแม้
จะมี
ความหมายเดิ
ม แต่
คํ
าใหม่
จะทํ
าให้
เราสะดุ
ดคิ
ดไม่
ได้
ฉวยใช้
ไปตาม
ความหมายเดิ
ม ๆ เช่
น
มิ่
งมิ
ตร
เธอมี
สิ
ทธิ
ที่
จะล่
องแม่
น้ํ
ารื่
น
ที่
จะบุ
กดงดํ
ากลางค่ํ
าคื
น
ที่
จะชื่
นใจหลายกั
บสายลม
คํ
าว่
า “ดงดํ
า” มี
ใครใช้
บ้
าง มั
นมองเห็
นภาพว่
ามั
นเป็
นที่
เปลี่
ยว มื
ด น่
ากลั
ว แต่
ยั
งกล้
าที่
จะ
บุ
กดงดํ
ากลางค่ํ
าคื
น คํ
าว่
า “ชื่
นใจหลาย” คํ
าว่
า “โลมเรี
ยวข้
าว” มี
ใครใช้
บ้
างซึ่
งเป็
นคํ
าง่
าย ๆ และ
เห็
นภาพว่
าเพลงเกี่
ยวนั้
นลู่
ไล้
ไปกั
บสายลม ซึ่
งทํ
าให้
ได้
ความหมายที่
กิ
นความมากไปกว่
าคํ
า
ธรรมดา ส่
วนใหญ่
เราจะใช้
“รวงข้
าวเหลื
องเป็
นทองรองเรื
อง” คํ
าว่
า “เหม่
อมองหญ้
า” และคํ
าว่
า
“โลกหมึ
กมน” มี
ใครกล้
าใช้
คํ
าเหล่
านี้
บ้
าง เพราะคนที่
ใช้
ต้
องมี
จิ
ตที่
ประณี
ตและพิ
ถี
พิ
ถั
นถึ
งจะกล้
า
ใช้
คํ
าเหล่
านี้
แต่
สํ
าหรั
บอุ
ชเชนี
แล้
วมี
คํ
าเหล่
านี้
ทั้
งนั้
นเลย เช่
น
มิ
ตรจ๋
า
เบื้
องหน้
าเราล้
วนดาวเหนื
อ
แมกเมี
ยงซุ่
มครุ
มเครื
อ
รี
เหลื
อราวแรงลมลิ้
ว
ขอให้
อ่
านที
ละคํ
าจะเห็
นภาพ คํ
าจี
นพู
ดว่
า “ในกวี
มี
ภาพ ในภาพมี
กวี
” ต้
นแบบของกวี
คนนี้
ชื่
อหว่
างเหว่
ย เป็
นกวี
ที่
ได้
ชื่
อว่
าเขี
ยนบทกวี
ในภาพ ผมอยากจะบอกว่
างานข องอุ
ชเชนี
ไม่
ได้
เสพ
สั
งคมและยุ
คสมั
ยหากสั
งคมและยุ
คสมั
ยต่
างหากที่
เสพอุ
ชเชนี
ให้
สร้
างงานขึ้
นมาท้
าทายสั
งคมได้
ทุ
กยุ
คทุ
กสมั
ย ตรงนี้
เป็
นความเด่
นและความวิ
เศษของงานของอุ
ชเชนี
ประเด็
นสุ
ดท้
ายที่
อยากจะพู
ดคื
อ สั
งคมไทยเป็
นสั
งคมที่
ค่
อนข้
างพิ
กลพิ
การตรงที่
เป็
นสั
งคม
ที่
กํ
าลั
งปะทะกั
นระหว่
างความเชื่
อกั
บความคิ
ด ความเชื่
อนั้
นมี
ที่
มาจากคํ
าที่
ว่
าเชื่
อฟั
ง เพราะเป็
น