๒๐๕
พราวเดื
อนเลื่
อนลั
บอั
บแฝง
หิ่
งห้
อยยั
งแจงแสงใส
ความหวั
งแม้
คลาดพลาดไป
อาจฟื้
นคื
นใหม่
นานา
ด้
วยใจแนบเรี
ยงเคี
ยงสนิ
ท
มิ่
งมิ
ตรจงพิ
งอกข้
า
หยั
ดอยู่
สู้
โลกพาลา
จนกว่
าอรุ
ณรุ่
งราง
(๒๔๙๓)
ลาดั
บถั
ดไปบรรยายพิ
เศษเรื่
อง “วรรณกรรม วรรณคดี
วรรณศิ
ลป์
เป็
นเช่
นไร”
โดย อาจารย์
เนาวรั
ตน์
พงษ์
ไพบู
ลย์
ท่
านอาจารย์
ประคิ
ณ ท่
านผู้
มี
เกี
ยรติ
ทุ
กท่
าน วั
นนี้
ถื
อเป็
นมงคลอย่
างยิ่
งที่
ได้
มี
โอกาสมา
กราบบู
ชาที่
ผมถื
อว่
าอุ
ชเชนี
เป็
นครู
กวี
ตั้
งแต่
ผมเริ่
มหั
ดเขี
ยนหนั
งสื
อจนถึ
งปั
จจุ
บั
นถื
อว่
าเป็
นครู
คน
แรกก็
ว่
าได้
และผมคิ
ดว่
าเป็
นบุ
ญของพวกเราทุ
กคนในที่
นี้
ผมอยากจะเรี
ยนว่
าเราได้
มาพบพระ
ปรางสามยอด ยอดที่
๑ คื
อ
ยอดกวี
คื
อท่
านอาจารย์
ประคิ
ณ และกวี
อี
กหลาย ๆ ท่
านในที่
นี้
ยอดที่
๒ คื
อ
ยอดจิ
ตรกร
คื
อ อาจารย์
ถวั
ลย์
ดั
ชนี
ยอดที่
๓ คื
อ
ยอดดนตรี
คื
ออาจารย์
ธนิ
สร์
ศรี
กลิ่
นดี
ทั้
งสามด้
านเลยสามยอด และผมก็
มาอยู่
ท่
ามกลางพระปรางสามยอดนี้
ซึ่
งถื
อเป็
นบุ
ญ ผมขอ
คารวะด้
วยเที
ยนเล่
มน้
อย ๆ ที่
จุ
ดขึ้
นเพื่
อถวายพระปรางทั้
งสามยอดนี้
หาไม่
ได้
นะครั
บที่
จะเจอ
ศิ
ลปิ
น หรื
อศิ
ลปะทั้
งสามแขนงมาอยู่
ในที่
เดี
ยวกั
น ขอให้
พวกเราจดจํ
าวั
นนี้
เอาไว้
ก่
อนอื่
นผมมี
เวลา
ประมาณ ๑ ชั่
วโมง ผมขอทํ
าความเข้
าใจเล็
กน้
อย เพราะว่
าคนไทยเรานั้
นต้
องปู
พื้
นทํ
าความเข้
าใจ
ให้
ตรงกั
นเสี
ยก่
อนโดยเฉพาะเรื่
องภาษา อย่
างวั
นนี้
หั
วข้
อ “วรรณกรรม วรรณคดี
วรรณศิ
ลป์
เป็
น
เช่
นไร” เป็
นการตั้
งคํ
าถามตรง ๆ กั
บภาษาหรื
อถ้
อยคํ
า ภาษาไทยจะมี
เสี
ยง ๕ เสี
ยง ส่
วนจิ
ตรกรรม
ก้
อมี
จั
งหวะเหมื
อนกั
น จั
งหวะของจิ
ตรกรรมน่
าจะเป็
นการจั
ดองค์
ประกอบ เสี
ยงก้
อน่
าจะเป็
นแสง
เงา ความเหลื่
อมล้ํ
า มิ
ติ
ของรู
ป แม้
แต่
งานสถาปั
ตย์
ก็
มี
ลั
กษณะอย่
างนี้
คื
อมี
ทรวดทรง องค์
ประกอบ
ฉะนั้
นตรงนี้
ผมคิ
ดว่
าเป็
นองค์
รวมของความไพเราะ ซึ่
งเป็
นหั
วใจของศิ
ลปะทั้
งปวง ผมจะ
ยกตั
วอย่
างวรรณศิ
ลป์
เล่
มนี้
จะอยู่
บนหิ้
งในใจของพวกเราเลย เพราะว่
าคํ
ากลอนของอุ
ชเชนี
นั้
นมี
ความวิ
เศษอยู่
๓ ประการ ประการที่
๑ คื
อวิ
เศษในความไพเราะ ที่
จํ
าได้
บทแรก “ขอบฟ้
าขลิ
บ
ทอง”
มิ่
งมิ
ตร
เธอมี
สิ
ทธิ
ที่
จะล่
องแม่
น้ํ
ารื่
น
ที่
จะบุ
กดงดํ
ากลางค่ํ
าคื
น
ที่
จะชื่
นใจหลายกั
บสายลม
ที่
จะร่ํ
าเพลงเกี่
ยวโลมเรี
ยวข้
าว
ที่
จะยิ้
มกั
บดาวพราวผสม
ที่
จะเหม่
อมองหญ้
าน้ํ
าตาพรม
ที่
จะขมขื่
นลึ
กโลกหมึ
กมน