Page 20 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๓
นิ
ตยสาร
สยามสมั
คอลั
มน์
ชี
วิ
ตและโลก
เป็
นการเขี
ยนแทนนั
กเขี
ยนนามปากกา “ศุ
ทธิ
นี
1
เขี
ยนอยู่
ประมาณ ๒ ปี
ก็
คื
นคอลั
มน์
แก่
เจ้
าของเดิ
ม (สุ
ชาติ
สวั
สดิ์
ศรี
, ๒๕๒๓, หน้
า ๕)
อย่
างไรก็
ตาม ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ยั
งคงมี
ผลงานประพั
นธ์
อื่
นๆเสมอๆ เช่
น บทอาศิ
รวาท
ราชสดุ
ดี
และบทกลอนในวาระต่
าง ๆ ตามที่
ได้
รั
บการร้
องขอทั้
งจากมิ
ตรสหายและหน่
วยงานต่
างๆ รวมทั้
การประพั
นธ์
ให้
วารสาร โรงเรี
ยนเซนต์
โยเซฟ เป็
นต้
น โดยเฉพาะบทความเรี
ยงและบทเพลงขั
บร้
องใน
คริ
สต์
ศาสนา ที่
ท่
านยั
งคงประพั
นธ์
อย่
างต่
อเนื่
องจนถึ
งปั
จจุ
บั
น โดยถอดจากภาษาฝรั่
งเศสมาเป็
นเนื้
อร้
อง
ภาษาไทย เพราะได้
รั
บความไว้
วางใจจากชาวคริ
สตจั
กร ในการสรรคาและความให้
ลงกั
บตั
วโน้
ตโดย
ไม่
เพี้
ยนเสี
ยง ทั
งยั
งคงความเป็
นคาประพั
นธ์
คื
อ มี
สั
มผั
สไพเราะด้
วย บทเพลงเหล่
านี้
ได้
จั
ดพิ
มพ์
แล้
จานวนหนึ่
ง ถึ
งกระนั้
นก็
ยั
งมี
ผลงานที่
ยั
งไม่
ได้
จั
ดพิ
มพ์
อี
กมาก รวมทั้
งผลงานวรรณกรรมแปล และงาน
บรรณาธิ
กรอี
กจานวนหนึ่
วรรณกรรมของ ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา ทั้
งบทกวี
และบทป ระพั
นธ์
ร้
อยแก้
วดั
งกล่
าวแล้
ตลอดจนผลงานแปล ที่
ได้
มี
การพิ
มพ์
เป็
นเล่
มแล้
ว มี
รายชื่
อดั
งนี้
๑.
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
ผลงานรวมบทกวี
ในนามปากกา “อุ
ชเชนี
เป็
นหนั
งสื
อรวมบทกวี
ที่
ได้
รั
บการตี
พิ
มพ์
ครั้
งแรกในนิ
ตยสารสยามสมั
ย ระหว่
าง
ปี
๒๔๙๕
-
๒๔๙๖
ในปี
พ.ศ.
๒๔๙๙
สานั
กพิ
มพ์
ดวงกมลจั
ดพิ
มพ์
รวมเล่
มเป็
นครั้
งแรก ต่
อมา ชื่
อหนั
งสื
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
ได้
จั
ดพิ
มพ์
ใหม่
และเพิ่
มเติ
มบทกวี
ยุ
คหลั
งเข้
าไปอี
กหลายครั้
ง และเมื่
อสานั
กพิ
มพ์
กะรั
ตนามาพิ
มพ์
ใหม่
ในปี
๒๕๓๒
โดยเพิ่
มงานของยุ
คปี
๒๕๒๑
-
๒๕๓๑
เข้
าไว้
ด้
วยกั
น เป็
นฉบั
บที่
สมบู
รณ์
ที่
สุ
ด และในปี
พ.ศ.
๒๕๔๔
สานั
กพิ
มพ์
ผี
เสื้
อได้
นามาจั
ดพิ
มพ์
ใหม่
อี
กครั้
งหนึ่
รวมบทกวี
นิ
พนธ์
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
มี
บทกวี
ที่
ได้
รั
บการยกย่
องว่
าเป็
นบทกวี
ที่
ดี
ที่
สุ
ดบทหนึ่
ง ที่
กระทรวงศึ
กษาธิ
การได้
นามาบรรจุ
ไว้
ในหลั
กสู
ตรชั้
นมั
ธยมศึ
กษาตอนปลาย คื
อ บทกวี
ชื่
อยู่
เพื่
อใคร
หนั
งสื
อรวมบทกวี
นิ
พนธ์
ฉบั
บนี้
ยั
งได้
รั
บการคั
ดเลื
อกจากโครงการวิ
จั
ยจากกองทุ
นสนั
บสนุ
นงานวิ
จั
ย (สกว.)
โดย วิ
ทยากร เชี
ยงกู
ล (
๒๕๔๐
)
ให้
เป็
นหนั
งสื
อดี
เรื่
องหนึ่
งใน
๑๐๐
เล่
ม “ที่
คนไทยควรอ่
าน” อี
กด้
วย
ความโดดเด่
นของบทกวี
ขอบฟ้
าขลิ
บทอง
นั้
น ในคานาของฉบั
บพิ
มพ์
ครั้
งแรก กล่
าวยกย่
องไว้
ว่
(
สานั
กพิ
มพ์
กะรั
,
๒๕๓๒
,
คานา)
1
เป็
นนามปากกาของ ศาสตราจารย์
กิ
ตติ
คุ
ณ สุ
ทธิ
ลั
กษณ์
อาพั
นวงศ์
ซึ่
งดารงตาแหน่
งหั
วหน้
าภาควิ
ชาบรรณารั
กษศาสตร์
คณะอั
กษร
ศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย ตั้
งแต่
พ.ศ. ๒๔๙๘
๒๕๒๒ ดารงตาแหน่
งบรรณารั
กษ์
หอสมุ
ดกลาง จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ตั้
งแต่
พ.ศ. ๒๕๐๐
๒๕๑๘ ท่
านผู้
นี้
นอกจากเป็
นอาจารย์
บรรณารั
กษ์
ผู้
หนึ่
งในบรรดาผู้
บุ
กเบิ
กงานด้
านการ ศึ
กษาวิ
ชา
บรรณารั
กษศาสตร์
ระดั
บอุ
ดมศึ
กษาของประเทศไทย แล้
ว ยั
งเป็
นนั
กเขี
ยนเจ้
าของผลงานที่
เป็
นที่
รู้
จั
กกั
นดี
อี
กด้
วย
ช่
วงที่
นิ
ด นรารั
กษ์
เขี
ยนคอลั
มน์
แทน เป็
นขณะที่
ท่
านได้
รั
บทุ
นการศึ
กษาจากมหาวิ
ทยาลั
ยซิ
มมอนส์
(
Simmons College)
สหรั
ฐอเมริ
กาไปศึ
กษาวิ
ชาบรรณารั
กษศาสตร์
ขั้
นปริ
ญญาโท
(ศาสตราจารย์
เกี
ยรติ
คุ
ณ สุ
ทธิ
ลั
กษณ์
อาพั
นวงศ์
, ม.ป.ป.
,
ไม่
ปรากฏหน้
า)