๑๑
พ.ศ. ๒๕๐๗
ผู้
ช่
วยผู้
จั
ดการแผนกประชาสั
มพั
นธ์
บริ
ษั
ทเชลล์
แห่
งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๑๒
รองผู้
จั
ดการแผนกประชาสั
มพั
นธ์
บริ
ษั
ทเชลล์
แห่
งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๕๑๕
ที่
ปรึ
กษาการประชาสั
มพั
นธ์
ธนาคารกรุ
งเทพ จากั
ด
พ.ศ. ๒๕๑๖ –ปั
จจุ
บั
น ช่
วยงานพระศาสนจั
กรคาทอลิ
ก
ด้
านการสร้
างสรรค์
วรรณกรรม
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา เริ่
มประพั
นธ์
บทกลอนตั้
งแต่
เข้
าศึ
กษาที่
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย
โดยบทกวี
ในระยะเริ่
มแรกมี
เนื้
อหาเกี่
ยวกั
บธรรมชาติ
หรื
อความรั
ก ที่
เรี
ยกกั
นว่
าแนว “สายลมแสงแดด”
เช่
นเดี
ยวกั
บการเริ่
มต้
นของกวี
วั
ยเยาว์
ทั่
ว ๆ ไป ดั
งเช่
น บทกวี
เรื่
องแรก ซึ่
งประพั
นธ์
ขึ้
นในปี
พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็
น
บทกลอนสั้
น ๆ ชื่
อ “มะลิ
” เป็
นบทพรรณนาความงามของดอกมะลิ
ลงพิ
มพ์
ในหนั
งสื
อ
บ้
านกั
บโรงเรี
ยน
โดยใช้
นามปากกาว่
า “มะลิ
สด” บทกลอนเรื่
องแรกในโลกวรรณกรรมเรื่
องนี้
เกิ
ดขึ้
น จากการชั
กชวน
ของหม่
อมหลวงปิ่
น มาลากุ
ล ผู้
จั
ดทาหนั
งสื
อฉบั
บนี้
(ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, ผู้
ให้
สั
มภาษณ์
,
๒๒ มกราคม ๒๕๕๔)
ด้
วยเหตุ
ที่
เติ
บโตมาในครอบครั
วที่
นั
บถื
อคริ
สต์
ศาสนานิ
กายโรมั
นคาทอลิ
กโดยเคร่
งครั
ด ประคิ
ณ
ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา เป็
นผู้
เปี่
ยมด้
วยความเลื่
อมใสศรั
ทธาในพระผู้
เป็
นเจ้
าอย่
างแรงกล้
า ได้
ประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ตามคาสอนที่
มุ่
งสร้
างจิ
ตสานึ
กให้
มี
ความรั
กเพื่
อนมนุ
ษย์
ด้
วยกั
น รวมทั้
งความยิ
นดี
ที่
จะเสี
ยสละประโยชน์
สุ
ข
ส่
วนตั
วเพื่
อช่
วยเหลื
อผู้
อื่
น อี
กทั้
งในระหว่
างที่
เป็
นอาจารย์
ในคณะอั
กษรศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย
และทางานที่
บริ
ษั
ทเชลล์
แห่
งประเทศไทย นั
้
น ได้
ร่
วมงานกั
บชาวคาทอลิ
กเข้
าไปช่
วยรั
กษา พยาบาลผู้
ป่
วย
ที่
ยากจน และสอนหนั
งสื
อเด็
ก ๆ ที่
ชุ
มชนแออั
ดดิ
นแดง ในกรุ
งเทพมหานคร จากการได้
สั
มผั
สกั
บกลุ่
มผู้
ด้
อย
โอกาสทางสั
งคม ซึ่
งสร้
างความสะเทื
อนใจเป็
นอย่
างยิ่
ง ประกอบกั
บในช่
วงเวลานั้
น คื
อ ระหว่
าง พ.ศ.
๒๔๙๑ – ๒๔๙๕ เป็
นช่
วงเฟื่
องฟู
ของบทกวี
“เพื่
อชี
วิ
ต”
1
ทั้
งหมดนี้
ได้
หล่
อหลอมให้
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ
อยุ
ธยา เกิ
ดแรงบั
นดาลใจที่
จะสร้
างสรรค์
บทกวี
ในแนวเรี
ยกร้
องความตระหนั
กรู้
ในสภาพปั
ญหาของสั
งคม
พร้
อมทั้
งสร้
างจิ
ตสานึ
กในอั
นที่
จะช่
วยกั
นเปลี่
ยนแปลงสั
งคมให้
ดี
ขึ้
น (ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, ผู้
ให้
สั
มภาษณ์
, ๒๒ มกราคม ๒๕๕๔)
“อุ
ชเชนี
” ได้
เปลี่
ยนแนวการประพั
นธ์
จากแนวรั
ก แนวชื่
นชมธรรมชาติ
มาเป็
นการเสนอสภาพสั
งคม
ที่
ขาดความเป็
นธรรม ความทุ
กข์
ยาก และชี
วิ
ตอั
นลาเค็
ญของผู้
ด้
อยโอกาสในสั
งคม โดยเสนอบทกวี
เรื่
อง
“ใต้
โค้
งสะพาน” เป็
นเรื่
องแรกของแนวนี้
บทกวี
เรื่
องนี้
ลงพิ
มพ์
ในนิ
ตยสารชื่
อ
การเมื
อง
ต่
อจากนั้
น
“อุ
ชเชนี
” ได้
เสนอบทประพั
นธ์
แนวดั
งกล่
าวอย่
างต่
อเนื่
อง ในนิ
ตยสารอื่
นๆในขณะนั้
นด้
วย เช่
น
กระดึ
งทอง
ยามสมั
ย
เป็
นต้
น (เสถี
ยร จั
นทิ
มาธร, ๒๕๒๓, หน้
า ๗) ทั้
งนี้
แม้
จะได้
ประพั
นธ์
บทกวี
ในเวลาต่
อมารวมกว่
า
1
งานเขี
ยนแนว “เพื่
อชี
วิ
ต” หมายถึ
งบทประพั
นธ์
ที่
เสนอให้
เห็
นความทุ
กข์
ยาก สภาพปั
ญหาของคนจน คนด้
อยโอกาส หรื
อ
ถู
กเอารั
ดเอาเปรี
ยบในสั
งคม