๙
นิ
พนธ์
เรื่
อง
วิ
เคราะห์
วรรณกรรมของ “อุ
ชเชนี
” และ “นิ
ด นรารั
กษ์
”
(๒๕๓๔)
ซึ่
งวั
ชรี
ตรี
รั
ตนภรณ์
ผู้
เสนองานวิ
จั
ยเรื่
องนี้
ได้
เข้
าพบและสั
มภาษณ์
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา และเรี
ยบเรี
ยงเป็
นภาคประวั
ติ
ไว้
ใน
ภาคผนวกของปริ
ญญานิ
พนธ์
เนื้
อหาตอนหนึ่
งอ้
างถึ
งจดหมายที่
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา มี
ถึ
งเธอ ความ
ว่
า (วั
ชรี
ตรี
รั
ตนภรณ์
, ๒๕๓๔, หน้
า ๖๙๕)
...ทาอะไรก็
ได้
ที่
ช่
วยให้
คนสบายใจ และโลกดู
แจ่
มใสน่
าอยู่
ขึ้
น อาจเป็
นสิ่
งเล็
กน้
อยเหลื
อเกิ
น
เช่
นเก็
บกระดาษใส่
ถั
งขยะ หรื
อเด็
ดดอกไม้
สั
กดอกมาปั
กแจกั
น ถ้
าสามารถสร้
างความสะอาด
เกลี้
ยงเกลา และความงามแบบเรี
ยบง่
ายขึ้
นมาได้
ตรงที่
ที่
เราอยู่
ก็
นั
บว่
าเป็
นการเริ่
มต้
นที่
ดี
แล้
ว...
ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา เป็
นผู้
ที่
มี
ผลการเล่
าเรี
ยนดี
มาโดยตลอด กล่
าวคื
อ ขณะศึ
กษา ใน
ชั้
นมั
ธยมปี
ที่
๘ ได้
รั
บรางวั
ล Prize of Honour ภาษาฝรั่
งเศส ซึ่
งถื
อว่
าเป็
นรางวั
ลเกี
ยรติ
ยศสู
งสุ
ดของ
โรงเรี
ยน ในการสอบชั้
นมั
ธยมปี
ที่
๘ ของกระทรวงศึ
กษาธิ
การ สอบได้
เป็
นอั
นดั
บที่
หนึ่
งของประเทศ
สายภาษา ได้
รั
บรางวั
ลจากสถานทู
ตฝรั่
งเศส และได้
รั
บทุ
นของก ระทรวงศึ
กษาธิ
การ เข้
าศึ
กษาในระดั
บ
ปริ
ญญาตรี
ที่
คณะอั
กษรศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย ในการเรี
ยนระดั
บมหาวิ
ทยาลั
ย ก็
มี
ผล
การศึ
กษาดี
เด่
นโดยตลอด คื
อในชั้
นปี
ที่
สอง สอบได้
คะแนนรวมเป็
นลาดั
บที่
หนึ่
งของคณะ ได้
รั
บ
พระราชทานรางวั
ลจากพระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู่
หั
ว เป็
นเงิ
น ๑ ชั่
ง และเมื่
อสาเร็
จชั้
นปี
ที่
สี่
มี
ผลคะแนน
เป็
นอั
นดั
บหนึ่
งทั้
งวิ
ชาภาษาอั
งกฤษและภาษาฝรั่
งเศส ในขณะเดี
ยวกั
น ก็
ยั
งมี
บทบาทด้
านกิ
จกรรมอย่
าง
แข็
งขั
น โดยดารงตาแหน่
ง “นายกชุ
มนุ
มนิ
สิ
ตหญิ
ง” ของจุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย ได้
เป็
นผู้
นาสาคั
ญในการ
นานิ
สิ
ตหญิ
งเข้
าร่
วมเดิ
นขบ วนสนั
บสนุ
นรั
ฐบาลไทยในสงครามอิ
นโดจี
น (ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา , ผู้
ให้
สั
มภาษณ์
, ๒๒ มกราคม ๒๕๕๔)
เมื่
อสาเร็
จการศึ
กษา ได้
เข้
าเป็
นครู
สอนชั้
นประโยคประถมวิ
ชาครู
ที่
โรงเรี
ยนเซนต์
โยเซฟ
คอนแวนต์
อั
นเป็
นโรงเรี
ยนเก่
าที่
เคยศึ
กษาเล่
าเรี
ยนมา เป็
นเวลา ๑ ปี
ต่
อจากนั้
น ได้
เข้
าศึ
กษาต่
อในระดั
บ
ปริ
ญญาโท สาขาภาษาฝรั่
งเศส ที่
คณะอั
กษรศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย ในปี
ที่
เพิ่
งเปิ
ดสอน
เป็
นปี
แรกเมื่
อ พ.ศ. ๒๔๘๘ และสาเร็
จการศึ
กษาได้
รั
บปริ
ญญาอั
กษรศาสตร์
มหาบั
ณฑิ
ต เกี
ยรติ
นิ
ยม
ภาษาฝรั่
งเศส
ต่
อจากนั้
นได้
เข้
าเป็
นอาจาร ย์
สอนภาษาฝรั่
งเศส และภาษาอั
งกฤษที่
คณะอั
กษรศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย ต่
อมาได้
รั
บทุ
นของสถานทู
ตฝรั่
งเศสไปศึ
กษาต่
อด้
านวรรณคดี
ฝรั่
งเศสร่
วมสมั
ย
เป็
นเวลา ๑ ปี
เมื่
อ พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๔๙๕ โดยการสนั
บสนุ
นของจุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย เพื่
อให้
รั
บหน้
าที่
เป็
นผู้
สอนรายวิ
ชาวรร ณคดี
ฝรั่
งเศสร่
วมสมั
ย ซึ่
งเป็
นรายวิ
ชาที่
เปิ
ดใหม่
ในขณะนั้
น ที่
คณะอั
กษรศาสตร์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย (ประคิ
ณ ชุ
มสาย ณ อยุ
ธยา, ผู้
ให้
สั
มภาษณ์
, ๑๕ มกราคม ๒๕๕๔)