Page 138 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๓๐
ด้
วยความไพเราะและให้
อารมณ์
ละเมี
ยดละไม ทั้
งนี้
ลั
กษณะดั
งกล่
าวได้
ส่
งอิ
ทธิ
พลแก่
กวี
ในรุ่
นต่
อๆ มา
อี
กด้
วย
๑.๒
การใช้
เครื่
องหมายวรรคตอน
ลั
กษณะทางวรรณศิ
ลป์
อั
นโดดเด่
นของ ‚อุ
ชเชนี
‛ อี
กประการหนึ่
ง คื
อการนาเครื่
องหมาย
วรรคตอนมาใช้
ในบทกวี
นิ
พนธ์
ได้
อย่
างสอดคล้
องกั
บเนื้
อหาและอารมณ์
ปกติ
บทกวี
นิ
พนธ์
ไทยไม่
นิ
ยมใช้
เครื่
องหมายวรรคตอนใดๆ ทานองเดี
ยวกั
บที่
ไม่
นิ
ยมใช้
ในงานเขี
ยนร้
อยแก้
ว ซึ่
งจะใช้
เครื่
องหมายบางลั
กษณะเท่
านั้
น โดยเฉพาะในบทกวี
นั้
นจะเคร่
งครั
ดการไม่
ใช้
เครื่
องหมายยิ่
งกว่
า แม้
ไม้
ยมกก็
ไม่
นิ
ยมใช้
แต่
จะเขี
ยนซ้
าคา ปกติ
“อุ
ชเชนี
” เป็
นผู้
ยอมรั
บกฎเกณฑ์
การ
ไม่
ใช้
เครื่
องหมายวรรคตอนดั
งกล่
าว แต่
ในวรรณกรรมร้
อยกรองของ “อุ
ชเชนี
” มี
การใช้
เครื่
องหมายวรรค
ตอนซึ่
งแหวกไปจากขนบเดิ
มอย่
างสร้
างสรรค์
เพราะเป็
นการสื่
อสารอารมณ์
ของผู้
ประพั
นธ์
ซึ่
งช่
วยเพิ่
มรส
อารมณ์
ของบทกวี
ให้
สมบู
รณ์
ขึ้
น เช่
น ใช้
เครื่
องหมายอั
ศเจรี
ย์
หรื
อเครื่
องหมายคาถาม เพื่
อเน้
นย้
าความ
ตื่
นเต้
น ตกใจ หรื
อประหลาดใจ และในบางครั้
งเพื่
อเน้
นย้
าข้
อความให้
หนั
กแน่
น หรื
อเพิ่
มน้
าหนั
กหรื
เพิ่
มความหมายให้
ชั
ดเจนขึ้
ส่
วนการใช้
ไม้
ยมกในการซ้
าคา ซึ่
งเห็
นได้
ว่
ามั
กเป็
นกรณี
ที่
ต้
องการให้
อ่
านซ้
าเร็
วๆ หรื
ทาให้
ผู้
อ่
านสั
มผั
สได้
ถึ
งความกระชั้
น ถี่
หรื
อระรั
วของคาซ้
า หรื
อเพื่
อเน้
นย้
าขนาดหรื
อปริ
มาณ การใช้
เครื่
องหมายจุ
ดไข่
ปลาทั้
งในความและชื่
อบทกวี
ของ
“อุ
ชเชนี
” มั
กใช้
เพื่
อทอดเวลาหรื
อทอดอารมณ์
ความรู้
สึ
กอย่
างใดอย่
างหนึ่
นั
บว่
าเป็
นความสร้
างสรรค์
อี
กแนวหนึ่
งซึ่
ง “อุ
ชเชนี
” ใช้
โดยแหวกขนบฉั
นทลั
กษณ์
ไทย แต่
ก็
ใช้
เพื่
อประโยชน์
ทางอารมณ์
ความรู้
สึ
ก โดยน่
าจะได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากบทกวี
นิ
พนธ์
ฝรั่
งเศส
๒. กลวิ
ธี
น่
าเสนอเรื่
อง
ในการนาเสนอเรื่
อง “อุ
ชเชนี
” ได้
ใช้
กลวิ
ธี
ที่
น่
าสนใจ ดั
งนี้
๒.๑ การเปิ
ดเรื่
อง
การเปิ
ดเรื่
องเป็
น ลั
กษณะอั
นโดดเด่
นประการหนึ่
งในบทกวี
ของ “อุ
ชเชนี
‛ โดยมี
การ
เปิ
ดเรื่
องอย่
างสร้
างสรรค์
ใน ๒ ลั
กษณะ คื
๒.๑.๑ การเปิ
ดเรื่
องด้
วย “ค่
าเกริ่
น” และ “ค่
าอาลปนะ”
เป็
นการเปิ
ดเรื่
อง ในวรรคแรกของบทกวี
ด้
วยการเกริ่
นนาอย่
างใดอย่
างหนึ่
หรื
อใช้
“คาอาลปนะ” คื
อคาทั
กทายหรื
อเรี
ยกขานผู้
อ่
านหรื
อผู้
ที่
กวี
กาหนดให้
เป็
นผู้
รั
บสารจากบทกวี
ของ
ตน เช่
สุ
ดที่
รั
ยอดรั
ก คนดี
ฯลฯ